หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตุ๊หล่าง ผู้ซึ่งรักและศรัทธาในอาชีพชาวนา  (อ่าน 6702 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
********
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3893



« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 09:08:50 PM »



           อาชีพชาวนา คือ อาชีพแห่งเนื้อนาบุญอันยิ่งใหญ่ เป็นอาชีพที่คนมักมองข้ามทั้ง ๆ ที่เป็นอาชีพสำคัญมากอาชีพหนึ่งที่สังคมนี้จะขาดไปไม่ได้ เปรียบเหมือนคุณค่าของเมล็ดข้าวที่เป็นดั่งอาหารหล่อเลี้ยงสังคมโลกมาอย่างยาวนาน และวันนี้เราอยากให้คุณรู้จักกับผู้ที่มีความเชื่อ และศรัทธาอันมั่นคงกับอาชีพ ๆ นี้ ซึ่งเขาผู้นั้นคือ แก่นคำหล้า พิลาน้อย หรือ ตุ๊หล่าง ชายหนุ่มวัย 28 ปี ที่เคยได้รับรางวัลคนนอกกรอบ จาก คนค้นฅนอวอร์ ครั้งที่ 9 และเขาคนนี้ยังป็นที่รู้จักกันดีในนามผู้พลิกฟื้นเกษตรกรรมให้กับชาวอีสานอีกด้วย

           แก่นคำหล้า พิลาน้อย หรือ ตุ๊หล่าง เด็กหนุ่มลูกอีสานชาวจังหวัดยโสธร ครอบครัวของเขาประกอบอาชีพทำนา เด็กหนุ่มคนนี้จึงมีสายเลือดของชาวนาอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนกุดชุมวิทยาคมซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ ตุ๊หล่าง ก็หันหลังให้กับการศึกษาในห้องเรียน หันมาสู่โลกของการเกษตรกรรม ด้วยเพราะเล็งเห็นว่าบทบาทของอาชีพชาวนากับคนรุ่นหลังเริ่มเลือนลางลงทุกที

           ทั้งนี้ ตุ๊หล่าง บอกว่า จากการสำรวจผู้คนในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ ทั้งหมด 400 หลังคาเรือน รวมกว่า 1,000 คน พบว่ามีอยู่เพียง 200 คนเท่านั้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่อรู้สึกว่าผู้คนเริ่มมองข้ามอาชีพนี้เขาจึงมีความคิดที่จะพัฒนางานด้านการเกษตรให้คงอยู่กับคนอีสาน แม้ว่าความจริงแล้วตุ๊หล่างเคยฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่อย่างไรเสีย หากยังไม่หมดลมหายใจ ตุ๊หล่าง คิดว่าเขาก็ยังมีโอกาสศึกษาต่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้ แต่ถ้าอาชีพเกษตรกรรมยังไม่รีบอนุรักษ์สืบทอดไว้ อาจจะสูญสิ้นไปได้

          "ผมว่าโลกแห่งเกษตรกรรมเป็นโลกของการเรียนรู้ที่ดีที่สุด เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผม ผมจึงคิดว่าเราน่าจะแสวงหาความรู้จากโลกเกษตรกรรมเสียก่อน เพราะสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่น การผสมพันธุ์ข้าว การทำอย่างนี้มันมีความละเอียดกว่าคนที่เรียนจบปริญญาตรียิ่งเสียอีก และประสบการณ์ในการทำงานมันมีค่ามากว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย" ตุ๊หล่าง บอกอย่างนั้น

          ด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธาในการเป็นชาวนา ตุ๊หล่างจึงคิดเสมอว่างานเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เขามีความสุขกับการทำนาแม้ว่าแผ่นดินทำกินของเขาตั้งอยู่บนเงื่อนไขของนาแล้งเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในภาคอีสาน แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค กลับยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชายคนนี้คิดแก้ปัญหา จนในที่สุด อดีตนักเรียน ม.ปลาย ก็กลายมาเป็นหนุ่มชาวนา นักปรับปรุงพันธุ์ข้าว เขาสามารถสร้างพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ขึ้นบนผืนดินที่แห้งแล้งได้สำเร็จ

          เมื่อเวลาแห่งความมุ่งมั่นของ ตุ๊หล่าง สัมฤทธิ์ผล เขาจึงกระจายความรู้ที่มีออกไปยังชาวนาทุกสารทิศ ด้วยความหวังจะพัฒนาอาชีพชาวนาให้กลับมาสดใส ในขณะที่สังคมกำลังให้ความสำคัญกับอาชีพชาวนาน้อยลงทุกที ไม่เว้นแม้แต่ชาวนาด้วยกันเองที่ปัจจุบันส่วนใหญ่หมดความภาคภูมิใจในอาชีพปลูกข้าวเลี้ยงคน เพราะความทุกข์เข็ญจากภาระหนี้สินที่พอกพูนจนชดใช้ทั้งชีวิตก็อาจไม่หมด และมักที่จะผลักดันลูกหลานให้ถอยห่างออกไปจากท้องไร่ท้องนา ห่างจากอาชีพชาวนา มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ เพื่อแสวงโชค หาเงิน และวาดหวังถึงชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

         "ทุกคนเกิดมาต้องกินข้าว เพราะข้าวถือเป็นอาหารหลัก แต่มนุษย์กลับให้ความสำคัญในสิ่งนี้น้อยลงไปทุกวัน อยากฝากถึงบุคคลทุกประเภทและทุกอายุว่า อย่าดูถูกอาชีพชาวนา หรือการเกษตรกรรม เหตุที่ทำให้อาชีพเกษตรกรรมกำลังจะหายไปจากสังคมเป็นเพราะคนในระดับที่สูงกว่าดูถูกอาชีพนี้ ด้วยเหตุที่ว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมเอาเงินเป็นที่ตั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตไม่มีความหมาย ทั้ง ๆ ที่จากความจริงชีวิตคนเรามีคุณค่าสูงกว่าจำนวนเงิน แต่เมื่อคนเห็นความสำคัญของเงินนั้น คนย่อมทิ้งความเป็นคน"

          ทุกวันนี้ ชีวิตของ ตุ๊หล่าง ดำเนิน ไปอย่างเรียบง่ายในแบบฉบับชาวไร่ชาวนา เขาเน้นหลักความพอเพียง ที่เจ้าตัวให้นิยามว่า แค่เป็นคนดีก็เพียงพอแล้ว เพราะคนเราถ้ามีเงินเป็นแสนเป็นล้าน หากไม่มีคุณธรรมและเป็นคนดีสังคมก็อยู่ไม่รอด

         "ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตคือ เราต้องมีความเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่ทำ รวมทั้งต้องพึ่งพาตนเอง และแบ่งปันผู้อื่นด้วย ผมเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่อยู่เป็นโขลง ถ้าเรารอดอยู่คนดียว แล้วคนอื่นตายหมด เราจะอยู่ไปเพื่ออะไร ดังนั้น การทำพันธุ์ข้าวไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ชาติ" ตุ๊หล่าง กล่าว

          และนี่คือมุมมองของหนุ่มนักพัฒนาการเกษตร ที่หัวใจเต็มเปี่ยมด้วยแรงแห่งความรักในอาชีพชาวนา เขาค้นพบความสุขจากการพึ่งตน และแบ่งปันในสิ่งที่ตัวเองรู้ เพื่อพาเพื่อนมนุษย์ไปสู่ทางรอดร่วมกัน ชาวนาแท้แบบตุ๊หล่าง จึงไม่เพียงแต่ปลูกข้าวเลี้ยงคน แต่ยังเป็นอาชีพที่บ่มเพาะผู้คนให้เดินไปสู่หนทางแห่งความดีงาม

ที่มา  :  สำนักข่าวไทย  และ  ทีวีบูรพา
บันทึกการเข้า
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
********
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3893



« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 09:15:40 PM »

ประโยคและวลีกินใจของ ตุ๊หล่าง  เจ้าของรางวัลคนนอกกรอบ จากคน ค้น ฅน อวอร์ด ของทีวีบูรพา

"มันยากก็ธรรมดา ผมจะมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า คนเราถ้าได้รู้จักฝ่าฟันความทุกข์ยากลำบาก ถ้าไ้ด้เข้าใจกับความทุกข์ยากลำบาก ถ้าได้พบกับความทุกข์ยากลำบาก แล้วเอาชนะมันได้ แม้ความทุกข์ยากลำบากใดๆผ่านเข้ามา ก็จะไม่ทำให้เขาคนนั้นหวั่นไหว ผมมีความเชื่ออย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เลย ไม่ได้ลำบากใจอะไรมากมาย ถึงมันจะทุกข์ถึงมันจะยากลำบาก ยังไงก็สู้ได้ สักวันหนึ่งผมเชื่อว่ามันจะมีสิ่งทีุ่ทุกข์ยากลำบากยิ่งกว่านี้มาหา

ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่ทุกข์นะ ผมอาจจะมีเรื่องที่ทุกข์อยู่ในใจ บางทีบางอย่างอาจจะพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ว่าผมทนได้ไหม ผมทนได้ ผมก็อยู่ได้
เพื่ออะไร... เพื่อสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า ในชีวิต ในวันข้างหน้า อา่จจะเป็นสิ่งที่ พูดภาษาคนไม่ได้ แต่อาจจะพูดเป็นภาษาใจได้"


ตุ๊หล่าง เลือดชาวนา

"เมื่อเราลดการทำลายสิ่งหนึ่งลง สิ่งอื่นๆเราก็จะไม่ต้องทำลายอีก
แต่ถ้าเราทำลายสิ่งหนึ่ง เราจะต้องทำลายสิ่งอื่นๆต่อไปอีก ... สุดท้ายก็ทำลายตัวเอง"


ตุ๊หล่าง เลือดชาวนา

"อย่างข้าวหอมนิลตัวนี้ ข้าวปลูก ผมขายครั้งแรก 20 บาทต่อกิโล ต่อมา 25 ต่อมาถ้าหน้าเดิมยังมาซื้ออีก ผมขาย 30 บาทต่อกิโล เพราะว่าเมล็ดที่ให้ไปมันปลูกแล้วก็เก็บพันธุ์เองได้ง่ายๆ เพราะว่ามันคัดมาค่อนข้างดีแล้ว ถ้าท่านยังกลับมาซื้ออีก ผมก็จะขายแพงขึ้น เพื่ออะไร... เพื่อให้ทันได้หันกลับไปทำเอง ถ้าปีหน้ายังมาซื้ออีกผมอาจจะขาย 50 บาทต่อกิโล จนคุณทำเองนั่นแหละ ผมถึงจะไม่ขายให้ (ยิ้ม  )"

ตุ๊หล่าง เลือดชาวนา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: