หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แก้วิกฤติการศึกษาไทยได้อย่างไร  (อ่าน 10403 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3747



« เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 11:55:24 PM »


หลักสูตรแกนกลางแก้วิกฤติได้อย่างไร

          จากอดีตเรามีจินดามณีสมัยพระโหราธิบดี  สมัยนั้น เด็กมีความมุ่งมั่น ครูมุ่งมั่นที่จะสอน เป็นพระมีศีลธรรมอยู่แล้ว หลักสูตรตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
          -  ผู้ชาย  เรียนเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์  ภาษาไทย  พิชัยสงคราม  โหราศาสตร์  เวทย์มนต์
          -  ผู้หญิง เรียนเกี่ยวกับ การบ้านงานเรือน

          ก่อนยุคปฏิรูปการศึกษา  สมัยรัชกาลที่ 5  กระทรวงธรรมการ  หลักสูตรยังเป็นของไทย  หลังจากนั้นสมัยต่อมาการศึกษาเป็นไปเพื่อการแข่งขัน หลักสูตรเลียนแบบต่างประเทศ พอต่างคนต่างจัดก็ยิ่งไปกันใหญ่ เด็กรับมาเรียน  ไปเกณฑ์มาเรียน  สุดท้ายบังคับด้วยคะแนน NT  ครูปัจจุบันไม่เข้าใจการสอน  สถาบันฝึกหัดครูของชาติไม่มีติดกับธุรกิจ  ผู้บริหารไม่เข้าใจการปฏิรูป  ไม่มีสมรรถนะในการบริหาร  ขาดภูมิรู้ภูมิธรรม  ภูมิฐาน  หลักธรรมาภิบาล

หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 สามารถแก้วิกฤติการศึกษาไทยได้ เพราะ

1. ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ไม่สับสน
2. มาตรฐานการเรียนรู้ครอบคลุม
3. หลักสูตรแกนกลางมีความชัดเจน
4. หลักสูตรแน่น เนื้อหาไม่ซ้ำซ้อน
5. การวัดผลประเมินผลสะท้อนมาตรฐาน
6. ผู้เรียนได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน
7. ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วถึง และเท่าเทียม
8. ผู้เรียนในเขตพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการศึกษาสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชน

ประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

1. กำหนดวิสัยทัศน์หลักสูตร  เพื่อให้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนตรงกันในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติ

2. กำหนดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
    2.1 ความสามารถในการสื่อสาร
    2.2 ความสามารถในการคิด
    2.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
    2.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
    2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
 
3. กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
    3.1 รักชาติ  ศาสน์  กษัตริย์
    3.2 ซื่อสัตย์สุจริต
    3.3 มีวินัย
    3.4 ใฝ่เรียนรู้
    3.5 อยู่อย่างพอเพียง
    3.6 มุ่งมั่นในการทำงาน
    3.7 รักความเป็นไทย
    3.8 มีจิตสาธารณะ

4. ปรับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นเป็นตัวชี้วัดชั้นปี   ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดชั้นปีสำหรับการศึกษาภาคบังคับ  เพื่อช่วยให้เกิดความเป็นเอกภาพ  และมีความชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนและประเมินผล ในแต่ละระดับชั้นรวมทั้งช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา

5. กำหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง  กำหนดสาระการเรียนรู้แกนกลางที่เป็นสาระที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ต้องเรียนรู้และปฏิบัติได้  ช่วยให้เกิดความเป็นเอกภาพในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนในชาติมากขึ้น

6. ปรับโครงสร้างเวลาเรียน  กำหนดเวลาเรียนขั้นต่ำในแต่ละปีไว้  โดยเปิดช่องให้สถานศึกษาสามารถปรับเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม  ซึ่งจะช่วยให้การจัดหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับผู้เรียนในระดับชั้นต่าง ๆ และในกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับต่าง ๆ มีความเหมาะสม  สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น

7. กำหนดให้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์  ให้เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่น

8.  ปรับเกณฑ์การวัดประเมินผล  ระดับประถมศึกษา (ป.1 ? ป.6) ยังคงตัดสินผลการเรียนเป็นรายปีเช่นเดิม  แต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้เปลี่ยนเป็นการตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาคให้สอดคล้องกับระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อรองรับระบบหน่วยกิต
   
จุดเน้นในการดำเนินการใช้หลักสูตร

1. มีเป้าหมายคุณภาพของผู้เรียนและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน  เอื้อต่อการกำกับดูแลคุณภาพการศึกษา และให้ทุกภาคส่วนมีทิศทางในการมาร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมคุณภาพการจัดการเรียนการศึกษาร่วมกันมากขึ้น

2. ลดภาระของผู้สอน เพื่อให้มีเวลาในการศึกษาข้อมูลของผู้เรียนเป็นรายบุคคล  ออกแบบการจัดการเรียนรู้อบรมดูแลและพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนมากขึ้น

3. ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเกิดการตื่นตัว  มาศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรเพิ่มมากขึ้น ทั้งใช้เป็นโอกาสในการให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนรู้มิติต่าง ๆ มีจุดเน้น 3 ประการ คือ
    3.1 เรียนภาษาไทยเพื่อความเป็นไทย  ในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ผู้เรียนในการแสวงหาความรู้ใช้ในการสื่อสารความคิด ความรู้สึก  มีสุนทรียภาพและภูมิใจในการเป็นไทย
    3.2 รอบรู้ประวัติศาสตร์ ให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเวลา  วิธีการทางประวัติศาสตร์  พัฒนาการของมนุษยชาติ  เหตุการณ์สำคัญ  วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
    3.3  มีทักษะกระบวนการคิด  อันเป็นทักษะสำคัญที่ใช้ในการเรียนรู้  ซึ่งผู้สอนควรทำความเข้าใจ เนื่องจากการสอนทักษะกระบวนการมีวิธีการจัดการเรียนรู้ต่างไปจากการเรียนรู้ที่เป็นเนื้อหา

อ้างอิง  http://www.kanchanaburi.ru.ac.th
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: