หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บทกวีของ จิตร ภูมิศักดิ์  (อ่าน 23346 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
********
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3816



« เมื่อ: เมษายน 29, 2009, 11:56:35 PM »

          จิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้เพื่อมวลชนที่สำคัญท่านหนึ่งของเมืองไทย เป็นนักคิด นักเขียนผู้มีนามปากกาหลายหลาก อาทิ กวีการเมือง, กวีศรีสยาม,ศรีนาคร, ทีปกร, สมสมัย ศรีศูทรพรรณ และ สมชาย ปรีชาเจริญ เป็นต้น

          จิตร ภูมิศักดิ์ เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่เป็นนิสิตปีที่สาม ของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประมาณปี๒๔๙๖ ด้วยความสนใจทางการเมือง ในฐานะสาราณียกรของสโมสรนิสิต ได้ออกหนังสือ "๒๓ ตุลา"ที่มี บทความ เรื่องสั้น กาพย์กลอน ที่มีเนื้อหาทางการเมือง เป็นผลให้หนังสือถูกอายัติ และท่านต้องถูกพักการเรียนหนึ่งปี ยิ่งกว่านั้นยังต้องถูก "โยนบก" จากนิสิตบางกลุ่ม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

          จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกจับคุมขังเมื่อปี ๒๕๐๑ ในข้อหากระทำการอันเป็นคอมมิวนิ ศาลสั่งยกฟ้องเมื่อปี ๒๕๐๗ แต่เนื่องจากถูกเพ่งเล็งจากทางการ จึงตัดสินใจเข้าป่าเมื่อปี ๒๕๐๘ ก่อนจะถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่๕ พ.ค.๒๕๐๙ ขณะอายุย่าง ๓๐ ปี
 
          ประวัติท่านอยู่ในเว็บนี้แล้วครับ ในส่วนของประวัติบุคคลสำคัญครับ

แต่ผลงานที่คงอยู่ คือสิ่งที่เป็นอมตะสำหรับนักกวีท่านนี้ มีหลายบทหลายตอนครับ  ของยกตัวอย่างมาดังนี้ครับ

บทกวีบทหนึ่งของ ?จิตร ภูมิศักดิ์? ที่จำหลักหนักแน่นในความทรงจำของสังคมไทย ก็คือบทนี้

?เพื่อลบคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้ชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน?


บทกวีบทนี้ ?อาเวตีก อีสากยัน? กวีประชาชนแห่งอาร์มาเนีย เขียนไว้และ ?จิตร ภูมิศักดิ์? ใช้นามปากกา ?ศรีนาคร? แปลไว้จากต้นฉบับบทกวีบทนี้ 

TO BANISH  THE TRACE OF A TEAR
FROM YOUR EYE,
A THOUSAND DEATHS WOULD I GLADLY DIE ;
IF ONE MORE LIFE WERE GRANTED ME,
I?D SPEND THAT LIFE IN SERVING THEE.

?AVETIK ISAKYAN?
THE PEOPLE?S POET OF ARMENIA

กล่าวสำหรับ บทกวีที่ ?จิตร ภูมิศักดิ์? แปลมาจากบทกวีของต่างประเทศยังมีอีกชิ้นหนึ่งที่งดงามไม่แพ้กัน นั่นคือบทกวีของ ?หลู่ซิ่น? นักเขียน-กวีชาวจีนผู้เลื่องชื่อ ซึ่ง ?จิตร? ใช้นามปากกา ?ศิลป์ พิทักษ์ชน? แปลไว้ และได้รับการตีพิมพ์ใน ?ปิตุภูมิ?

?แม้คนพันบัญชาชี้หน้าเย้ย
จงขวางคิ้วเย็นชาเฉยเถิดสหาย
ต่อผองเหล่านวชนเกิดกร่นราย
จงน้อมกายก้มหัวเป็นงัวงาน?


แสงดาวแห่งศรัทธา

พร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว
ส่งฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทอง ผ่องเรืองรุ่งในหทัย
เหมือนธงชัย ส่งนำจากห้วงทุกข์ทน
พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม
เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน
ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน
ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย
ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง

เขียนในนามปากกา "สุธรรม บุญรุ่ง"


เปิบข้าว

เปิบข้าวทุกคราวคำ..................จงสูจำเป็นอาจินต์
เหงื่อกุที่สูกิน..........................จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้นะมีรส............................ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน...................และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง....................ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว................ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด..................ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น.......................จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง......................และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกุทั้งสิ้น.......................ที่สูซดกำซาบฟัน

จิตร ภูมิศักดิ์ จากงานกวีนิพนธ์ "วิญญาณหนังสือพิมพ์ คำเตือนจากเพื่อนเก่าอีกครั้ง"

สู้อย่างไร ? นักปรัชญาบอกข้าที

๏ ลุกขึ้นเถิดเพื่อนยาไยหน้าเศร้า
คำเก่าๆมิได้บอกไว้ดอกหรือ
อย่าท้อแท้แพ้พึมชึมกระทือ
"ชีวิตคือการต่อสู้" รู้หรือยัง?

กันก็รู้อยู่หรอกเหนอไอ้เกลอแก้ว
ก็สู้แล้วจนหมดเนื้อเหลือแต่หนัง
ยิ่งนับวันมันยิ่งหดหมดกำลัง
สุดประทังกายชื่นฝืนดวงปราณ

เหงื่อก็หยดผดก็ผุดอุดทั้งร่าง
ทำทุกอย่างให้ได้มาเพียงอาหาร
เพื่อใส่ท้องประครองชนม์ให้ทนทาน
เพื่อทำงานที่เหงื่อหยดผดเห่อแดง

ชีวิตคนจนนี้มีวงวัฏ
เพียงฝืนกัดฟันทำงานกร้านแดดแข็ง
เพื่อได้กิน...ฮะ...กินซีให้มีแรง
เพื่อง่องแง่งทำงานซานต่อไป

"ชีวิตคือการต่อสู้" ดูเพราะเหลือ
เป็นยาเบื่อเมาหมักสำนักไหน ?
มีกฎกะชนะแพ้ไว้แค่ไร ?
เริ่มที่ใด ?... ที่ป่าลึกหรือตึกโต !

ข้าเริ่มต้นบนฟากฝาหลังคาแฝก
ออกมาแถกเหงื่อทะยานอยู่นานโข
เขาเริ่มต้นบนตึกงามหลังวามโว
ข้าก็โหล่ลับลิบชั่วพริบตา

"ชีวิตคือการต่อสู้" ...ฮู! น่าหัว
สู้เพื่อตัวเพียงคนเดียวเจียวหะหา
ใครเหี้ยมหาญทะยานนั่งหลังประชา
สูบสวาปามเลือดแห้งเหือดไป

"ชีวิตคือการต่อสู้" สู้ใครเหวย ?
วานช่วยเผยคู่ต่อสู้ข้าอยู่ไหน ?
"ชีวิตคือการต่อสู้" สู้เพื่อใคร ?
สู้อย่างไร ?... นักปรัชญาบอกข้าที ! ๚

เขียนในนามปากกา "ศรีนาคร" ตุลาคม ๒๔๙๘ บทกวีชิ้นนี้ ลงพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "กวีทรรศน์" กระดึงทอง ฉบับที่ 25 ตุลาคม 2498

งานเขียนร้อยกรองชิ้นนี้ เป็นมุมมองที่มีต่อสตรี โดยใช้นามปากกา ?ศรีนาคร?

?สหายเอย?Huh?Huh?Huh???วานเฉลยว่าสตรีสวยที่ไหน
สวยที่ตาซึ้งงามหวามหัวใจ?Huh??..สวยที่แก้มอำไพผ่องชมพู

สวยที่โอษฐ์เต็มอิ่มยิ้มน่าจูบ?Huh??..สวยที่รูปร่างระหงทรงเพรียวหรู
สวยที่อกอันชายต้องร้องอู้ฮู้?Huh???สวยตะโพกชวนดูเดินแนบเนียน

บ้างว่าสวยพร้อมพรายยามอายเหนียม?..บ้างว่าเยี่ยมก็ตรงตอนงอนปวดเศียร
บ้างว่าสวยพร้อมสรรพเมื่อดับเทียน???.บ้างว่าสวยเพราะเธอเพียรให้ชมเชย

สวยเพราะแสนรักผัวจนกลัวหงอ?Huh?..สวยเพราะรอเป็นเท้าหลังฟังเฉยเฉย
สวยเพราะผัวมีเมียน้อยปล่อยตามเคย??.สวยเพราะเป็นทาสเชลยเสมอไป

สหายเอย?Huh?Huh?Huh?Huh?..คำเฉลยต่อไปนี้เข้าทีไหม
สวยเพราะทำงานแข็งกร้านแกร่งไกร???เพื่อช่วยมวลชนไทยที่มืดมน

เพื่อช่วยให้เขาได้มีที่เรียนร่ำ?Huh???.มีงานทำมีเงินจ่ายหายขัดสน
มีบ้านอยู่อย่างเป็นสุขทั่วทุกคน?Huh??งานเพื่อชนทั้งสิ้นอยู่กินดี

สวยเพราะเป็นเท้าหน้าขวาหรือซ้าย???เทียมเท่าชายเชิดความรักในศักดิ์ศรี
ใช่แขวนชีพไว้กับผัวชั่-ว-ตาปี?Huh???ใช้ความสามารถที่มีกอบกิจกรรม

จงตื่นเถิดรู้ตนว่าตนสามารถ?Huh???.จงองอาจอย่ายอมให้ใครเหยียบย่ำ
แม่แห่งลูก แม่แห่งโลก แม่แห่งธรรม???..สองมือแม้นแม่แรงค้ำโลกและคน

เธอจักสวยเพราะคำนึงซึ่งในสิทธิ?Huh?..ที่ควรมีเสมอมิตรทุกแห่งหน
สิทธิ..หะหา..จงเธอปองสิทธิของตน?Huh?สวยด้วยศักดิ์ ?เสรีชน? ใช่เชลย?

งานชิ้นนี้เป็นมุมมองของ ?จิตร ภูมิศักดิ์? อันเป็นผู้เขียน(ชาย) ที่ในห้วงเวลาต่อมา ?จิรนันท์ พิตรปรีชา? ก็บอกเล่ามุมมองผู้เขียน(หญิง) ที่มีต่อผู้หญิง ในชื่อชิ้นงาน
?อหังการ์ของดอกไม้? 


?สตรีมีสองมือ?Huh?Huh?.มั่นยึดถือในแก่นสาร
เกลียวเอ็นจักเป็นงาน?Huh?.มิใช่ร่า-น-หลงแพรพรรณ

สตรีมีสองตี-น-?Huh?Huh?.ไว้ป่ายปีนความใฝ่ฝัน
ยืนหยัดอยู่ร่วมกัน?Huh???มิหมายมั่นกินแรงใคร

สตรีมีดวงตา?Huh?Huh??เพื่อเสาะหาชีวิตใหม่
มองโลกอย่างกว้างไกล?Huh?มิใช่คอยชะม้อยชวน

สตรีมีดวงใจ?Huh?Huh??.เป็นดวงไฟมิผันผวน
สร้างสมพลังมวล?Huh???.ด้วยเธอล้วนก็คือคน

สตรีมีชีวิต?Huh?Huh???ล้างรอยผิดด้วยเหตุผล
คุณค่า ?เสรีชน? Huh?Huh?.มิใช่ปรนกามารมณ์

ดอกไม้มีหนามแหลม?Huh?.มิใช่แย้มคอยคนชม
บานไว้เพื่อสะสม?Huh???.ความอุดมแห่งแผ่นดิน?

กวีการเมืองอีกบทที่อ่านแล้วประทับใจ

"มวลชนย่อมเป็นคน      มิใช่ควายที่โง่งม
ทองแท้หรืออาจม      เขาย่อมรู้กระจ่างใจ
ใครชั่วสกุลถ่อย      จะถูกถุยทั้งเมืองไทย
รัศมีที่เรืองไกร      จะสิ้นแววที่เคยงาม
รักเสือต้องรักศักดิ์      เยี่ยงพยัคฆ์สง่างาม
อย่าเพียงพยักตาม      ต่อแส้เงินที่กวัดไกว
รักเพื่อนจึงเตือนมั่ง      ถ้าไม่ฟังก็ตามใจ
ป้ายสีสาดโคลนไป      เยี่ยงนักสู้แบบเฮงซวย"

กวีการเมือง, (หน้า ๕๔)


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: