|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 11:47:18 PM » |
|
วัฒน์ วรรลยางกูร ผู้เขียนบทกวีเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ จนต้องทิ้งการศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกไปอยู่ป่า และกลับมาหลังเหตุการณ์สงบลงแล้ว
จากภูพานถึงลานโพธิ์
๏ ดินสอโดมธรรมศาสตร์เด่นสู้ศึก เพื่อจารึกหนี้เลือดอันเดือดดับ หกตุลาเพื่อนเราล่วงลับ มันแค้นคับเดือดระอุอกคุไฟ
เรามีเพียงมือเปล่ามันล้อมปราบ ระเบิดบาปกระสุนบ้ามาสาดใส่ เสียงเหมือนแตรงานศพซบสิ้นใจ สนามหญ้าคลุ้งกลิ่นไอคาวเลือดคน
มันตามจับตามฆ่าล่าถึงบ้าน อ้างหลักฐานจับเข้าคุกทุกแห่งหน เราอดทนถึงที่สุดก็สุดทน จึงเปลี่ยนหนทางสู้ขึ้นภูพาน
อ้อมอกภูพานคือชีวิตใหม่ คือมหาวิทยาลัยคนกล้าหาญ จะโค่นล้มไล่เฉดเผด็จการ อันธพาลอเมริกาอย่าหวังครอง
สู้กับปืนต้องมีปืนยืนกระหน่ำ พรรคชี้นำตะวันแดงสาดแสงส่อง จรยุทธนำประชาสู่ฟ้าทอง กรรมาชีพลั่นกลองอย่างเกรียงไกร
ในวันนี้ลานโพธิ์ธรรมศาสตร์อาจเงียบหงอย ก็เพียงช่วงรอคอยสู่วันใหม่ วันกองทัพประชาชนประกาศชัย จะกลับไปกรีดเลือดพาลล้างลานโพธิ์ ๚
วัฒน์ วรรลยางกูร
สอยดาวสาวเดือน
๏ โอ้ละหนอดวงเดือนเอย ล่วงเลยลับลาเดือนฟ้าหลวง แก้วโกสุมฝันหายละลายดวง ฤๅโศกทรวงซบหน้าน้ำตาริน
ดวงเดือนดับหายจากปลายฟ้า ดวงตาแววหวังยังถวิล พรุ่งนี้เช้าเอาอะไรที่ไหนกิน พรุ่งนี้เช้าอาจสิ้นลมหายใจ
อันพราวตาวาวแวมทั้งแรมรุ่ง ย่อมมองมุ่งหมายถามความหมายใหม่ เจ้าดวงเดือนดับดวงร่วงที่ใด แท้ร่วงในธนาคารเคียงมารชน
โอ้เจ้าสาวคำดวงสิ้นคำหยาด เขาผูกขาดเข้มแข็งทุกแห่งหน คนกับคนทำนาประสาคน ค่าคนจนเพียงฤดีธุลีดิน
เขาสอยดาวสาวเดือนดูเกลื่อนด้าว มือยาวยาวแย่งยื้อกำมือสิ้น มือสั้นสั้นสั้นสูบซูบซมฟุบดิน แว่วสุดท้ายได้ยินเสียงปลุกเตือน
เจ้าเพื่อนแก้วโกสุมอย่าสุ่มเสี่ยง คนเดินเคียงประชาชนถูกเชือดเฉือน คอยคำดวงไปสอยดาวไปสาวเดือน ดินสะเทือนฟ้าสะท้านสุดทานทน
เมื่อมีปากเปิดกู่อย่าอยู่นิ่ง มีตีนวิ่งเบิกสร้างทางถนน ในเงาปืนยืนประจัญยันประจญ อุษาสรวลมวลชนจะโอบเดือน ๚
วัฒน์ วรรลยางกูร
|