หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บทกวีของ สุจิตต์ วงศ์เทศ  (อ่าน 1169 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2435



« เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 11:36:30 PM »

          สุจิตต์ วงศ์เทศ เริ่มมีชื่อเสียงในการขีดเขียนในช่วงที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรประมาณปี ๒๕๐๗-๒๕๑๓ งานกวีนิพนธ์ที่เด่นๆในช่วงนั้นคือ กุเป็นนิสิตนักศึกษา ซึ่งตีพิมพ์รวมเล่มปี ๒๕๑๒

          เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ สุจิตต์ วงศ์เทศ และเพื่อนๆ เริ่มต้นทำหนังสือ ประชาชาติ รายสัปดาห์ (พ.ย. ๒๕๑๖)และ ประชาชาติรายวัน (ก.ค. ๒๕๑๗) หนังสือทั้ง ๒ ฉบับเป็นหนังสือพิมพ์แนวหน้าในการเสนอข่าวและความคิดเห็นในยุคเสรีภาพของประเทศไทยจาก ๒๕๑๖ - ๒๕๑๙ เป็นอย่างดี และก็โดนปิดเมื่อเกิดรัฐประหาร ๖ ต.ค. ๒๕๑๙

งานกวีนิพนธ์ของ สุจิตต์ วงศ์เทศ ในช่วงนั้นจึงสะท้อนความเป็นไปของสังคมได้เป็นอย่างดี อาทิ

ดอกโสนบานเช้า......................ดอกคัดเค้าบานเย็น
ออกพรรษามาตระเวณ............ที่อนุสาวรีย์ทูน   
ไม่มีร่างเจ้าขุนทอง..................มีแต่รัฐธรรมนูญ
แม่กับพ่อก็อาดูร......................แต่ภูมิใจลูกชายเอย

เจ้าขุนทอง , ๒๕๑๖

หรือ

ทำนาหาข้าวเลี้ยงประเทศ
ข้าวก็ดีวิเศษสดใส
รายได้ขายข้าวรวยกำไร
แต่ตกเป็นของใครก็ไมรู้

ขี่ม้าออกจากเมือง , ๒๕๑๗

หรือ

เมื่อพูดกันไม่ได้ก็ไม่พูด
จะทำปากให้เป็นตูดพูดไม่ได้
จะได้รู้กันว่าประเทศไทย
เป็นของคนหัวใสสองสามคน

ถ้าความจนถูกหาว่าขบถ
เพื่อให้ความรวยกดกลางถนน
กุก็พร้อมจะขบถรดน้ำมนต์
กราบพระออกปล้นความเป็นธรรม

กุจะเป็นขบถ , ๒๕๑๗

มาอ่านงานเต็มๆ ของสุจิตต์ วงศ์เทศ สักหนึ่งบทครับ

สวัสดี : ปีขาล

วัวลำพองก้องท้องสนามหลวง
ลำพองควงคูเขาเข้าเข่นเขี้ยว
บางวัววิ่งกราดดูปราดเปรียว
บางวัวลดเลี้ยวโลดลำพอง

คุควันหวั่นไหวในสนาม
วู่วามอุตลุดสุดสยอง
โอ้-ฉลูชูเขาก้าวคะนอง
กระทั่งหมองไปทั้งกรุงทุ่งพระเมรุ

หนีฉลูชูเขานี่เข้าขาล
จะต้องสู้เสือผ่านมาผกเผ่น
หรือจะเป็นมิตรตายคลายลำเค็ญ
มองไม่เห็นสิ่งใดได้แต่มอง

อยากให้เป็นเสือสู้ทรราช
เหมือนฟันเฟือง-กนกฟาดศัตรูหมอง
จะได้ช่วยประชาขนทั้งเมืองทอง
ประชาชาติจะได้ร้องโศลกทิพย์

ถ้าขาลเป็นเช่นผู้ฉลูบ้า
เหมือนที่เคยปากว่าตาขยิบ
ประเทศไทยก็จะถอยไปลิบลิบ
เพราะผู้คนสิบทิศต้องตกตาย

โอ้-ขาลเอ๋ยเคยขานกันเสมอ
อย่าเผลอเรอเลี้ยวลดให้หมดหมาย
สิ้นคาวีมีหลวิชัยชาย
คงช่วยชุบชูร้ายให้กลายดี

หากคบกันไม่ได้ก็ไม่คบ
คงต้องรบกันให้ตายไปเป็นผี
เพื่อสร้างบ้านสร้างเมืองเรืองฤทธี
เป็นเมืองดีปีใหม่เมืองไทยเอย ๚

สุจิตต์ วงศ์เทศ , ๒๕๑๗ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: