|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 01:20:03 AM » |
|
อุชเชนี (ประคิน ชุมสาย ณ อยุธยา) หรืออีกนามปากกาว่า นิด นรารักษ์ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พ.ศ.๒๕๓๖
นี่คือตัวอย่างบทกวีเนื้อหาหนักๆบทหนึ่ง ที่รัฐบาลเผด็จการไม่ชอบ เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง จิตร ภูมิศักดิ์ได้ขอบทกวีชุดนี้จากผู้แต่ง เพื่อนำไปลงหนังสือมหาวิทยาลัย (จุฬาฯ) กลับกลายเป็นว่าไม่เป็นที่ชื่นชอบของบุคคลบางกลุ่ม จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกจับโยนบก บทกวีชุดนี้ก็พลอยถูกเซนเซอร์ไปด้วย
ในนิมิต
๏ กลีบกุหลาบฉาบชมพูพรูพรั่งฟ้า ว่อนเมฆาเหมือนฝันขวัญพี่เอ๋ย นภาพิศนิมิตหวามงามกว่าเคย ชวนสังเวยบูชิตชีวิตนี้
แต่ละชีพต่างกลีบกุหลาบร่อน ชะลอช้อนชุ่มรักเป็นสักขี การุณยมานหวานล้ำฉ่ำฤดี โลมปถพีทุกย่างทางครรไล
ฟ้าระริกเงาระรวยกลางห้วยกว้าง ก็เหมือนอย่างเราฝังพลังไข วาดวงรุ้งพุ่งผ่านม่านตาใจ ลึกละไมละเมียดหวังตั้งตาคอย
เมื่อขอบฟ้าพร่าพราวหลาวทองทาบ พุ่งปลายปลาบทะลวงถิ่นทมิฬถอย ความมืดแมกแหลกเรื้อไม่เหลือรอย อุทัยพร้อยแสงพร่างสว่างพราย
เพื่อฟากฟ้าสายัณห์อย่างวันนี้ จักปรายปรีดิ์เปี่ยมพ้นล้นความหมาย เพื่อมรรคาประชาชนจักกล่นราย ด้วยกลีบกรายกุหลาบแก้วผ่องแพรวใจ ๚
อุชเชนี , ๒๔๙๖ ใต้โค้งสะพาน
๏ ดวงใจ หยุดให้เสียทีเถิดหนา ดูจันทร์รูปเคียวเกี่ยวฟ้า โลมหล้าด้วยแสงเงินเย็น เรามีแต่โค้งสะพาน ต่างบ้านคุ้มหัวไม่เห็น แต่เช้าถึงค่ำลำเค็ญ หลบเร้นฝนร้าวหนาวกาย ละเมอว่านั่นสายรุ้ง ผุดพุ่งรุ่งเร้าเฝ้าหมาย โยงสุขสู่กันบั้นปลาย ฝันร้ายรุ้งเฝือเหลือเงา เพียงโค้งสะพานอันเดิม ช่วยเสริมความหวังช่างเขลา แต่คนยากเข็ญเช่นเรา มีมากมิเบาเจ้าเอย ถูกเขาขับไสไล่ส่ง คงแต่ใจตรงเปิดเผย เราซื่อเราโง่ทรามเชย แต่มีหรือเคยคดใคร? พราวเดือนเลื่อนลับอับแฝง หิ่งห้อยยังแจงแสงใส ความหวังแม้คลาดพลาดไป อาจฟื้นคืนใหม่นานา ด้วยใจแนบเรียงเคียงสนิท มิ่งมิตรจงพิงอกข้า หยัดอยู่สู้โลกพาลา จนกว่าอรุณรุ่งราง ๚
อุชเชนี
|