|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 12:02:17 AM » |
|
เปลื้อง วรรณศรี เป็นผู้นำนักศึกษาธรรมศาสตร์คนสำคัญท่านหนึ่ง ในการเรียกร้องมหาวิทยาลัยคืน ใน "ขบวนการ๑๑ ตุลา ๒๔๙๔" ที่สามารถชุมนุมเรียกร้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คืนจากการยึดครองของคณะทหารได้สำเร็จคำขวัญปลุกใจที่ เปลื้อง วรรณศรี ร้อยกรองไว้ในครั้งนั้นและได้จารึกจดจำมาถึงคนรุ่นหลัง คือ
"หากขาดโดมเจ้าพระยาท่าพระจันทร์............ก็ขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม"
เปลื้อง วรรณศรี มีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายอย่าง เคยเป็น ส.ส. จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ ได้ยึดอำนาจตนเองเมื่อ ตุลาคม ๒๕๐๑ เปลื้อง วรรณศรี ถูกจับกุมและขังอยู่ประมาณแปดปี เมื่อได้รับการปล่อยตัวก็ถูกคุกคามด้วยอำนาจมืด จึงหนีเข้าป่า และขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศจีนจนเสียชีวิต
ตัวอย่างบทกวี
น้ำขวางที่กว้างจะแคบลง
๏ เห็นแม่น้ำที่ขวางหน้าประหม่าถอย มัวนั่งคอยน้ำแห้งแล้งได้หรือ หวังให้ตลิ่งวิ่งนำทางที่ขวางอือ คิดก็คือบ้าใบ้ไร้ความคิด
ย่นทะเลด้วยเรือเมื่อจะข้าม ต้องใช้ความมานะเข้าประดิษฐ์ อันอุปสรรคขวากขวางทางชีวิต ก็ไม่ผิดแม่น้ำขวางหนทางคน
มีมือไว้ใช้อ้อนวอนความหวัง ถ้ามีหลังไว้แบกแลกลาภผล มีสมองไว้พร่ำยอมจำนน ชีวิตตนคือทาสขาดสำนึก
ประวัติศาสตร์ชาติมนุษย์พิสุทธิ์ด้วย สองมือช่วยรังสรรค์ป้องกันศึก พัฒนาโลกมา โอฬารึก ด้วยความบึกบึนผืนอันยืนยง
แม้เมฆก็จะสลายกระจายฝอย ภูเขาก็จะย่อยแยกแหลกเป็นผง แม่น้ำกว้างที่ขวางจะแคบลง เมื่อประสงค์ต่อสู้ชูสัจจธรรม ๚
เปลื้อง วรรณศรี
กรรมเวร?
๏ เห็นอาคารบ้านเรือนเหมือนนิมิต เสกสถิตสูงเด่นเป็นสง่า สลับสีที่ประจงลงทาบทา ชะลอฟ้ามาดินแทบสิ้นอาย
ทั่วปราสาทราชวังที่รังสรรค์ เวียงสวรรค์ชั้นเทพได้เสพสาย อีกวัดวาอารามอร่ามราย มันมากมายเกินกว่าจะจารึก
สร้างให้เขาอยู่เย็นและเป็นสุข เสพสนุกจนตายเช้าบ่ายดึก แต่คนสร้างแท้แท้ได้แต่นึก ได้แต่ฝึกฝันสรวงหลอกลวงเรา
แท้เวียงสวรรค์ชั้นฟ้าปักคาหลัง เราแต่ตั้งหน้าสร้างอย่างน่าเศร้า คนที่นอนช้อนทองประคองเอา คอยแต่เฝ้าเร้าหลอกบอกว่าเวร
เวรอะไรที่ไหนใส่มาหนอ? เวรที่ป้อยอหมดปดเณรเถร เวรที่คนเช่นกันมากั้นเกณฑ์ มันควรเข่นขับไสไปนรก ! ๚
เปลื้อง วรรณศรี ,๒๕๐๐
|