หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นมาของ สบู่  (อ่าน 1681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
********
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3822



« เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 01:37:08 AM »



เอกสารจากอดีต บันทึกกำเนิดสบู่ก้อนแรกว่า มาจากไขมันแพะต้มกับขี้เถ้าจากการเผาไม้  ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญในยุคโรมันอันมีการบูชายัญสัตว์บนแท่นบูชาที่ทำ ด้วยไม้

แท่นบูชานี้ตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อสัตว์และแท่นไม้ถูกเผาพร้อมกัน ไขมันสัตว์ออกมาผสมกับขี้เถ้า เมื่อฝนตกลงมาก็เกิดเป็นก้อนสีขาวไหลจากเชิงเขาสู่ลำธาร คุณแม่บ้านสังเกตพบว่า หากนำเสื้อผ้ามาซักที่ลำธารหลังจากฝนตก ก้อนขาวๆ นี้จะช่วยทำให้ซักผ้าได้ง่ายขึ้น สะอาดขึ้น

เวลาล่วงเลยมา มีการทำสบู่ใช้ เพียงแต่ไม่ได้ผลิตเป็นจำนวนมาก เป็นการทำใช้กันในครัวเรือน และเพราะมีสบู่ใช้ไม่มาก ผู้คนก่อนศตวรรษที่ 20 จึงไม่ได้อาบ น้ำกันบ่อยนัก อย่างไรก็ตาม ต่อมาการทำสบู่กลายเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่สุดของโลกประเภทหนึ่ง โดยโรงงานแรกๆ เกิดขึ้นในยุโรป

การทำสบู่เป็นทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ มีการพัฒนาก้าวหน้าจนปัจจุบันรูปแบบและสภาพแตกต่างไปจากบรรพบุรุษ ที่หน้าตาเดิมเป็นเพียงก้อนสบู่ ทั้งนี้ หลักการพื้นฐานของสบู่เกิดจากการทำปฏิกริยาทางเคมีระหว่างสารละลายกับน้ำมัน อาจ เป็นน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ และกลีเซอรีนสำหรับทำสะอาด ขจัดคราบสกปรก

แต่ข้อเสียคือ ความที่ล้างความมันได้ดีมาก จึงทำลายไขมันคุ้มกันผิวไป ทำให้ผิวแห้งตึง และสบู่ยังมีฤทธิ์เป็นด่าง (ค่า pH มากกว่า 7) ทำให้ค่า pH บนผิวซึ่งปกติมีค่าประมาณ 5.5 คือมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เปลี่ยนไป การที่ค่า pH สูงกว่าภาวะปกติเป็นเวลา นานๆ ทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ และส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบนผิวหนัง ปัจจุบันนี้จึงนิยมใช้สารชำระล้างชนิดสังเคราะห์ใหม่ๆ (synthetic detergents หรือ soapless) ซึ่งสามารถปรับค่า pH ให้มีค่าใกล้ เคียงกับผิวหนังปกติ ระคายเคืองน้อยกว่าสบู่แบบเดิม ล้างออกได้สะดวกโดยไม่ ทิ้งคราบไว้บนผิวหนัง

ประเภทของสบู่มี

1.สบู่ก้อนขุ่น (Opaque Soap) เป็นประเภทที่เรารู้จักกันดี เพราะใช้มานานก่อนกำเนิดของสบู่ชนิดอื่นๆ โดยทั่วไปมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นผสมอยู่ไม่มากนัก แม้ทำความสะอาดผิวได้ดี แต่อาจทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติและไขมันที่จำเป็น คนที่มีสภาพผิวธรรมดาหรือผิวมันสามารถผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงมาทดแทนได้ แต่คนที่มีผิวแห้ง การสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงทดแทนทำได้ช้า และอาจช้ากว่าการทำความสะอาดผิวครั้งต่อไป การใช้สบู่ประเภทนี้จึงอาจทำให้ผิวแห้งตึงและเกิดการระคายเคืองได้

2.สบู่ก้อนใส (Transparent Soap) มีปริมาณของ สารเพิ่มความชุ่มชื้นบำรุงผิวมากกว่าสบู่ก้อนขุ่น ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านได้มากกว่า แต่มีปริมาณฟองน้อยกว่าและละลายหมดเร็วกว่า คนที่คิดว่าสบู่ที่ดีต้องมีฟองมาก คงไม่ชอบใช้สบู่ใสนัก ทั้งที่ดีกว่า และ

3.สบู่เหลว (Liquid Soap) ยังมีสบู่ที่ส่วนประกอบแตกต่างกันไปตามวัตถุ ประสงค์ เช่น สบู่ยาที่มีส่วนผสมของไทรโคลซาน และไทรโคคาร์บอน มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย หรือสบู่ที่มีส่วนผสมของลาโนลินเพื่อเพิ่มความ ชุ่มชื้นให้ผิวมากกว่าปกติ เป็นต้น

 

 
ที่มา: http://hot.ohozaa.com
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: