หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ระวัง! รังสียูวี ทำร้ายดวงตา  (อ่าน 2115 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2435



« เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 10:08:04 AM »




         ทุกวันนี้ดวงตาของเราได้รับอันตรายจากหลายสิ่ง แต่ที่สำคัญที่สุด คือ อันตรายจากรังสียูวีที่มาจากแสงอาทิตย์ ซึ่งหากเราได้รับในปริมาณมากเกินไปจะก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของเราได้ อย่างไรก็ตาม รังสียูวีก็มีหลายประเภทที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อส่วนต่าง ๆ ของตา และจะก่อให้เกิดลักษณะของอาการแตกต่างกันออกไป เรามาดูกันเลยครับ
 
ประเภทของรังสียูวีที่ทำร้ายดวงตา
             
รังวียูวีซี

         รังสียูวีซี จะส่งผลเสียต่อกระจกตาและเลนส์ตา โดยหากได้รับแสงยูวีประเภทนี้เป็นเวลานานกว่า 30 นาทีจนถึง 12 ชั่วโมง ก็จะมีอาการระคายเคืองที่ตาเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น หรือ เศษผงเข้าตา อาจมีน้ำตาคลอ หรือซึมอยู่ตลอด และรู้สึกเจ็บอีกด้วย
               
รังวียูวีเอ

         รังสียูวีเอ จะส่งผลเสียต่อกระจกตาและเยื่อตา ทำให้มีอาการเมื่อยล้าที่กล้ามเนื้อตา หรือ สูญเสียการมองเห็นอาจชั่วคราวหรือถาวร
             
โรคที่ตามมาจากการได้รับรังสียูวีมากเกินไป
 
โรคต้อกระจก

         รังสียูวีส่งผลให้เกิดต้อกระจกได้ง่ายและทำให้จอตาเสื่อมสภาพลง โดยทั้งสองกรณีนี้ มีการสันนิษฐานว่า แสงยูวีนั้นก่อให้เกิดการสร้างสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนและเกิดปฏิกิริยากับไขมันที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้

         จริงอยู่ว่าต้อกระจกนั้นเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีอายุมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดต้อกระจกได้เร็วขึ้น นั่นก็คือเจ้ารังสียูวีนี่เอง ดังนั้น นักกีฬาส่วนใหญ่ที่ต้องอยู่กลางแจ้งบ่อย ๆ แม้จะอายุยังไม่มาก ก็มักจะเป็นต้อกระจกได้เพราะได้รับแสงยูวีในปริมาณที่มากเกินไปนั่นเอง

         สำหรับอาการของโรคต้อกระจก ก็คือ เลนส์แก้วตาจะเริ่มขุ่นมัวทีละน้อย ๆ แต่หากเป็นมาก ๆ เข้า ความขุ่นมัวนั้นจะลุกลามเข้าไปถึงส่วนกลางของกระจกตา ซึ่งจะทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนปกติ
 
โรคต้อเนื้อ

         ต้อเนื้อเป็นการเสื่อมของเยื่อบุตา กลายเป็นเนื้อสีแดงรูปสามเหลี่ยมยื่นเข้าสู่ตาดำ เกิดจากเยื่อบุตาส่วนนั้นถูกแสงยูวีจากดวงอาทิตย์มามากเกินไป โดยหากเป็นต้อเนื้อแล้ว จะรู้สึกเคืองตา แสบตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล และอาการจะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง โดนแดดและโดนลม ในผู้ที่เป็นน้อยมักไม่มีอาการผิดปกติ ซึ่งอาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่ในบางกรณี หากต้อเนื้อลุกลามไปบดบังตรงกลางของกระจกตา อาจมีผลต่อการมองเห็น
 
คนเราจะได้รับแสงยูวีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
             
ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

         ระดับรังสียูวีจากแสงอาทิตย์บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรจะเป็นระดับที่ทำอันตรายได้มากที่สุด ดังนั้นยิ่งเราอยู่ห่างจากบริเวณเส้นศูนย์สูตรมากขึ้นเท่าไร เราก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
 
ระดับความสูง

         เมื่อเราไปอยู่ในระดับความสูงที่มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้รับรังสียูวีจากแสงอาทิตย์มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงที่จะไปอยู่กลางแดดในที่สูงเป็นเวลานาน ๆ
             
ช่วงเวลาของวัน

         ในช่วงเวลาประมาณ 10 โมงถึงบ่าย 2 โมง จะเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลก แสงแดดในช่วงนี้จะแรงมาก ดังนั้นหากไม่จำเป็น ไม่ควรไปอยู่ออกแดดในช่วงเวลานี้
             
การรักษาด้วยยา


         การรักษาด้วยยาต่าง ๆ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาคุมกำเนิด ยาขับปัสสาวะ ยาระงับประสาท จะทำให้ร่างกายของคุณไวต่อรังสียูวีมากขึ้น จึงทำให้รับแสงยูวีได้มากกว่าปกติขึ้นไปอีก
 
         อย่างไรก็ตาม นอกจากแสงยูวีจากดวงอาทิตย์ที่ส่งผลเสียต่อดวงตาเราแล้ว ยังมีแสงบลูไลท์ เช่น แสงจากหลอดไฟนีออน หรือ แสงจากหน้าจอคอม ที่จะทำร้ายจอประสาทตาซึ่งส่งผลให้เซลล์เยื่อชั้นในของลูกตาเกิดการเสื่อมสภาพ อาจทำให้กล้ามเนื้อตาเมื่อยล้า หรือ อาจเห็นเป็นภาพเบลอ ๆ ได้
             
         เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว หากเป็นไปได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ๆ หรือ อาจจะหาเครื่องมือมาช่วยป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง เช่น อาจจะหาแว่นตามาใส่ป้องกันไว้เพื่อรักษาสภาพดวงตา ซึ่งเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายเรานะครับ


ที่มา  :  health.kapook.com
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: