หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: "ลัดดาแลนด์" ตำนานน่าสะพรึงเมืองเชียงใหม่  (อ่าน 1497 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2435



« เมื่อ: เมษายน 23, 2011, 09:41:11 PM »


ด้วยโครงการจัดสรรอันยิ่งใหญ่ของ คุณนาย ลัดดา พันธาภา นักธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามีของท่านคือพล.ต ประดิษฐ์ พันธาภา และเป็นเจ้าของกิจการ ?โรงหนังเวียงพิงค์?(โรงหนังนี้ก็โครตเฮี้ยน)

การเล็งเห็นศักยภาพของที่ดินรกร้างผืนใหญ่อยู่ใกล้ดอยสุเทพ พื้นที่ผืนนี้จึง ถูกพัฒนาให้เป็น อุทยานการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แล้วพัฒนามาเป็นที่พักหรือบ้านในรูปแบบของรีสอร์ทในรูปแบบล้านนาในแบบเมือง เหนือ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีสถานที่ใดโดดเด่นเท่า

ตามคนเก่าคนแก่ก่อนได้เล่าว่า ?..

เมืองเชียงใหม่?เมื่อก่อนย้อนไปน่าจะซัก 40 กว่าปีได้
ลัดดาแลนด์เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวที่โด่งดังมากเพราะมีสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ มากๆ?แล้วโครงการขนาดใหญ่ที่ครองใจผู้คนในยุคนั้นก็เกิดขึ้น ด้วยการจัดศูนย์แสดง-สาธิต ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งพิพิธภัณฑ์ชาวเขา การทำเครื่องเขิน การแกะสลักไม้ การทอผ้าไหม การแสดงฟ้อนรำต่างๆ ภายใต้การควบคุมของคณะ วัดเจ้าพ่อเม็งราย อันโด่งดังในยุคนั้น มีทั้งช้างให้นั่ง มีรถม้า มีรถไฟเล็ก การแสดงฟ้อนรำต่างๆ  ทำให้หน้าหนาวทุกปีจะมีคนขึ้นมาเที่ยวเยอะมาก รวมไปถึง การมัดใจเด็กๆ และครอบครัว ด้วยการให้บริการช้าง ม้า และรถไฟเล็กให้นั่ง ด้วยค่าบริการประมาณ 8 หรือ 10 บาท มี ?น้ำมะเกี๋ยง? (น้ำลูกหว้า) เป็นที่แรกและเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ รวมทั้งมีการเปิดเพลงของคณะ ดิอิมพอสสิเบิ้ล ซึ่งโด่งดังในขณะนั้นเกือบตลอดทั้งวัน??

เป็นสถานที่ยอดฮิตของวัยรุ่นสมัยนั้นจะไปออกเดทกันเพราะมีความเชื่อว่า

   * คู่ไหนไปอธิฐานขอความรักกับต้นไทรหน้าลัดดาแลนด์แล้วคู่นั้นจะได้รักกันไปตลอดชีวิต
    * ส่วนประชากรในหมู่บ้านทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นคนที่มีฐานะดีเข้าไปอยู่ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านเศรษฐีก็ได้


แต่เรื่องของเรื่อง หรือต้นเหตุแห่งความเฮี้ยนมาเกิดขึ้น


    * ตอนเริ่มสร้างก็มีคนงานที่ก่อสร้างฆ่ากันตายแล้วหมกศพ แล้วก็มีการปิดข่าวกันในช่วงนั้นอย่างเงียบๆ โดยเรื่องมาแตกเอาในภายหลังจากนั้น

    * ช่วงที่มีการเปิดบริการมีหญิงสาวผมยาวคนนึงโดดน้ำตายในบึงกลางน้ำ วันดีคืนดีมักจะมีคนโผล่ขึ้นมาจากน้ำมาจับขา

    * ตอนที่บ้านหลังหนึ่งถูกโจรขึ้นและโดนคนร้ายฆาตกรรมเสียชีวิตทั้งครอบครัว แล้ว เรื่องสยองขวัญสั่นประสาทก็เริ่มขึ้นจากตรงนี้เพราะคนที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านหลังนั้น บางคืนก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้บ้าง อะไรบ้าง  บางคืนก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือบางครั้งก็ได้ยิน เสียงหัวเราะ

    * แต่จุดที่ผู้คนแถบนั้นเจอความเฮี้ยนกันจนอยู่ไม่ได้คือ บางคืนคนแถวนั้นจะเห็นครอบครัว ที่เสียชีวิตไปแล้วออกมายืนหน้าบ้าน  ออกมารดน้ำต้นไม้ คนที่ผ่านไปมาโดนหลอกทุกคน  ทำให้ตอนเที่ยงคืนจนถึงเช้าไม่มีใครจะกล้าออกจากบ้านเลย

    * นานวันเข้ายิ่งเฮี้ยนหนักจนถึงขั้นตามมาหลอกถึงบ้าน คนแถวนั้นอยู่ไม่ไหวเลยพากันย้ายออกไปเกือบหมด  ทำให้แถวนั้นกลายเป็นบ้านร้างเยอะ แต่ยังมีบ้านอีก 3 หลังที่ยังไม่ไปไหน และ 1 ใน 3 หลังนั้นเจ้าของเป็นฝรั่งไม่ค่อยได้อยู่ แต่จะบินมาเที่ยวเฉพาะฤดูหนาว เพราะอย่างที่หร่อนๆ รู้กันว่าเมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมาก

    * เจ้าของบ้านที่เป็นฝรั่งท่านนั้นได้จ้างเด็กสาวชาวพม่ามาเฝ้าบ้าน แต่ผ่านไปไม่ นานก็มีโจรมาขึ้นบ้านหลังนั้น และฆ่าเด็กสาวคนนั้น แล้วหมกศพไว้ในห้องเก็บของใต้บันได  กว่าเจ้าหน้าที่ ตำรวจจะมาพบก็ผ่านไปเกือบ 2 เดือน

    * สาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบได้ก็คือ บ้านที่ยังเหลืออยู่ใกล้ๆ กัน ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากในบ้าน แต่ก็ไม่ได้สงสัยเพราะยังคงเห็นเด็กสาว คนนี้มานั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านทุ กวัน จนวันหนึ่งเพื่อนบ้านดังกล่าวทนกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยคละคลุ้งไม่ ไหว  จึงได้ตะโกนบอกเด็กสาวคนนั้นว่าให้ทำความสะอาดบ้านบ้าง อะไรบ้าง เพราะอาจจะมีหนูตาย พูดยังไม่ทันจบ เด็กสาวก็หันหน้าเละๆ มา  เพื่อนบ้านก็เลยรีบวิ่งแจ้นไปแจ้งความและแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ พอเจ้า หน้าที่ตำรวจมาเปิดบ้านเพื่อทำการตรวจสอบจึงพบศพดังกล่าว

    * มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมากและมาอธิฐานขอให้ความรักสมหวังกับต้นไทรที่ลัด ดาแลนด์ แต่แล้วพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับฝ่ายชาย ทั้งสองจึงมาแขวนคอตายคู่กันที่ใต้ต้นไทรนั้น คนแถวนั้นเล่ากันว่า ทุกวันครบรอบวันที่ทั้งคู่ผูกคอตายเวียนมาบรรจบ คือตอนสามทุ่มสมาสิบสามนาที คนแถวนั้นส่วนใหญ่มักจะเห็นทั้งคู่ห้อยหัวโตงเตงพร้อมกับส่งยิ้มมาให้คนที่ ผ่านไปมาตามใต้ต้นไม้ในนั้น

    * ช่วงก่อนที่จะสร้างสวนสาธารณะนี้เสร็จ ตอนที่ขุดหลุมเพื่อที่จะทำบ่อน้ำ ทางโครงการได้พบกับโครงกระดูกมนุษย์จำนวน หนึ่ง แต่ไม่เปิดเผยให้บุคคลทั่วไปได้ทราบกัน ซึ่งมาพบในตอนหลังว่าเป็นเจ้าของที่เก่า อยู่ห่างจากบ้านคุณนายลัดดาเพียง 100 เมตร ฝั่งตะวันออก

    * เมื่อ 2o กว่าปีก่อนสถานที่แถวนั้นเป็นที่รกร้างและเปลี่ยวมาก  จึงมีการนำศพคนตายที่ ถูกปล้นหรือถูกฆ่าข่มขืนมาทิ้งไว้ที่นั้น  ที่พอทราบมา ณ ขณะนี้ จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ  อย่างน้อยๆ ก็ 8 ศพ แต่ที่ไม่รู้อีกน่าจะเยอะมาก

    * มีหญิงสาวและหญิงขายบริการหลายคนที่ทำแท้ง แล้วนำซากเด็กทารกไปทิ้งไว้ในสระ น้ำของโครงการลัดดาแลนด์เป็นจำนวนมากเพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีคนพลุกพล่าน มาก หลายคนบอกว่ามากกว่า 300 เลยทีเดียว บางครั้งมีการค้นพบว่าเอาฝังไว้ใต้ต้นไม้ในนั้น แล้วทำพิธีผูกวิญญานเด็กไว้ไม่ให้เกิด

    * มีขี้ยาคนหนึ่งที่อัพยาเกินขนาดแล้วเกิดช็อคตายคาศาลาที่ริมสระน้ำของ โครงการ กว่าจะมีคนมาพบ ศพก็เน่าหมดแล้ว แต่บางแหล่งข่าวเล่าว่า ที่ช็อคเพราะหัวใจวายเนื่องจากเห็นบางอย่างที่หน้า สะพรึงกลัวมากๆ  (หน้าของศพดวงตาเบิกโพลง และลิ้นจุกปาก) และสุดท้ายก็โดนเอาไปเป็นตัวตายตัวแทน เพราะกัญชายังเหลือ อยู่ข้างๆ ศพอีกเยอะเลย มีคนพบคนไม่มีหัวนั่งเอาเท้าแกว่งน้ำเล่นตรงบริเวณนั้น

    * มีการนำศาลพระภูมิรวมถึงตุ๊กตาสะเดาะเคาระห์มาทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก จนทาง เทศบาลต้องมารื้อไปทิ้งไว้นอกเมือง  แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ เพราะถึงจะย้ายไปไกลแค่ไหน  วันรุ่งขึ้นตุ๊กตาและศาลเหล่านั้นก็จะกลับมา อยู่ ณ ที่เดิม โดยไม่ทราบสาเหตุ

    * มีหญิงสาวที่มาขอความรักกับต้นไทรแล้วผิดหวังในความรัก เลยมาผูกคอตาย ตายใต้ต้นไทรหลังโครงการลัดดาแลนด์โดยที่ทิ้งจดหมายไว้สั้นๆ ว่า ?จะอยู่ข้างๆเธอตลอดไป? หลังจากนั้น ชาวบ้านแถบนั้นเล่าว่า วิญญาณจะสิ่งอยู่ในตุ๊กตาสัตว์ที่วางไว้อยู่มากมายในโครงการ

    * อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะพบศพและได้ทำพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลทางศาสนาแล้ว แต่เด็กสาวคน นั้นก็ยังมานั่งอยู่ที่เดิมทุกวัน  ถ้านั่งธรรมดาไม่มายุ่งกะชาวบ้านก็คงจะดี ไม่มีใครเดือดร้อน แต่เพื่อนบ้านแถบนั้นเล่าว่า บางคืนเด็กสาวจะตามมายืนมอง หน้าต่างห้องนอนตอนนอนกลางคืนเลยด้วยซ้ำดังนั้น เพื่อนบ้านทั้งแถบจึงพากั นย้ายออกอย่างไม่เสียดายบ้าน


แผนที่ของลัดดาแลนด์ เท่าที่ทราบจากอาจารย์ท่านนึงว่า ลัดดาแลนด์นั้นมีด้านข้างติดน้ำ หันหน้าหันเข้าภูเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี ในความเชื่อของคนเหนือ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะแก่การก่อสร้างใดทั้งสิ้น เพราะเป็นประตูเมืองผี แต่คุณนายลัดดาไม่เชื่อจึงเกิดเรื่องเล่าที่กล่าวมานี้มานานนับสิบๆปี









ที่มา  :  วาไรตี้ที่นี่ดอทคอม
บันทึกการเข้า
aor
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62



« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 27, 2011, 08:22:09 PM »

เคยพากันไปลองของเหมือนกัน แต่ไม่เจอเพราะเป็นคนขวัญแข็ง
........แต่........
เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่า
ด้านหน้าทางเข้าลัดดาแลนด์ จะมีเก้าอี้หินอ่อนอยู่ 1 ตัว (ซึ่งเราก็เห็นว่ามีเพราะยังไปนั่งทำใจกับเพื่อนๆอยู่เลย)
ไปกัน 3 คน เราอยู่ตรงกลาง (แน่นอนที่สุด)และมีเพื่อนอีก 2 คน ขนาบข้าง
เพื่อนคนที่นั่งด้านซ้ายมือเล่าให้ฟังว่า ช่วงที่กำลังนั่งหลับตาทำใจอยู่นัั้น
ได้ยินเสียงเหมือน มีของหนักๆ หล่นลงมาข้างๆ เสียงดัง ตุ๊บ!!
เขานึกว่าเราเอาก้อนหินมาโยนเพื่อสร้างบรรยายกาศ
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
สักพัก ก็มีเสียง เดิมๆดังอีก 2 ครั้ง
เลยเกิดความรำคาญ จึงลืมตาขึ้น
แล้วหันไปที่ต้นเสียงนั้น
พร้อมกับนึกในใจว่า"แกล้งกันดีนัก เดี๋ยวเอาก้อนหินนี่โยนทิ้งซะนี่ !!"
แล้วความคิดก็หยุดลง กลับกลายเป็นความกลัวเข้ามาแทนที่
เพราะแทนที่จะเห็นเป็นก้อนหิน
........กลับกลายเป็น.......
..........หัวของผู้หญิงที่มีใบหน้าเน่าเฟะกำลังแสยะยิ้มให้!!!!...........
เท่านั้นแหละ มันรีบลุกขึ้นแล้วลากแขนเรากับเพื่อนอีกคนนึง
แล้ววิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่พูดอะไรเลย
เราก็ทั้งตกใจ และ งง กับการกระทำและท่าทีของเขา
ได้แต่วิ่งตามที่เขาลากไป
มารู้ทีหลัง สุดแสนเสียดาย
เพราะไม่ได้เห็นกับตา
ปล.ถ้าไปลองของแล้วไม่เห็นผี แสดงว่าไปไม่ถึง (ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น)
ลัดดาแลนด์เคยมีรายการมิติลี้ลับมาลองของด้วยนะ ลองหาชมย้อนหลังดูสิคะ
บันทึกการเข้า
sunsar_king
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 04:05:48 PM »

น่ากลัวจังเลยจ๊า
บันทึกการเข้า
ตั้งโอ๋
นักโพสต์ในดวงใจ
******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 170



« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 09:27:04 PM »

อ้อ..โอ๋อ่านแล้วนะ..ว่าไหม..อาจจะมีคนแกล้งคุณนายลัดดา เขาก็ได้นะ คือ มันอาจจะมีเรื่องลึกลับจริงๆแต่มันไม่น่าจะเยอะขนาดนั้น ถ้าไม่มีใครพยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ผีไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก อันนี้อ้อคงรู้ดี
บันทึกการเข้า
aor
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 11:45:46 PM »

อืม...ช่าย...ผีเป็นแค่พลังงาน
แต่คนนี้สิ...เป็นสิ่งที่จับต้องได้
ไม่แน่นะ...เพื่อนอ้อมันน่าจะประสาทหลอน
ทำให้สมองสั่งการหรือสร้างภาพลวงตาให้กับตัวเองก็เป็นได้
อืม....ที่เขาเรียกว่า "อุปทาน" น่ะ
บันทึกการเข้า
porphung
นักโพสต์มือใหม่
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2011, 03:14:55 PM »

อ่านแล้วขนลุกเลย.....
บันทึกการเข้า
Sleiphnir_612
นักโพสต์มือใหม่
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29



« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2011, 11:17:44 AM »

เค้าว่างจริงนะ เพราะเพื่อนที่ไปที่จังหวัด ก้อเคยเล่าให้ฟังอยู่บ้าง เจ๋งๆ ห้าวๆยังไม่กล้าเข้าไปเรย
ผมจึงถามว่าทำไมล่ะ กลัวหรออ
เพื่อนคนนั้นตอบว่า  กลัว! กลัวหลงทาง ออกไม่ได้ มันมืด!!!
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: