หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การวิจัยในชั้นเรียน  (อ่าน 8210 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2435



« เมื่อ: มีนาคม 16, 2009, 03:18:34 PM »

การวิจัยในชั้นเรียน

          การวิจัยเป็นกระบวนการแก้ปัญหาโดยผ่านการวางแผน การรวบรวมข้อมูลอย่างมีระบบ การวิเคราะห์ข้อมูลและการตีความหมายข้อมูล การวิจัยเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะทำให้ได้ความรู้ใหม่มาเป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าและพัฒนาคนให้สามารถเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการลดความขัดแย้งของคนลงได้เบสท์ ได้ขยายความหมายของการวิจัยได้หลายประการ อาทิ
          1.การวิจัยเป็นการมุ่งแก้ปัญหา เป้าหมายสูงสุดก็เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ว่า เป็นสาเหตุหรือเป็นผลกันอย่างไร
          2.การวิจัยตั้งอยู่บนรากฐานของประสบการณ์ที่สังเกตได้หรือของปรากฏการณ์เชิงประจักษ์
          3.การวิจัยต้องมีการสังเกตและการอธิบายที่ถูกต้อง
          4.กิจกรรมการวิจัยจะต้องออกแบบอย่างรอบคอบ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างถี่ถ้วนเพื่อค้นหาว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง
          5.การวิจัยเกี่ยวข้องกับการค้นหาคำตอบจากปัญหาต่าง ๆ
          6.การวิจัยต้องมีการบันทึกและรายงานอย่างรอบคอบ
          7.การวิจัยในบางครั้งต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองหรือศาสนา
          (Best,1981)
          จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่า การวิจัยเป็นการแสวงหาคำตอบของปัญหาหรือข้อสงสัยต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้มีระบบ มีขั้นตอนในการดำเนินงานที่จะได้คำตอบที่ถูกต้องหรือเชื่อถือได้

ลักษณะการวิจัยในชั้นเรียน

          1. การวิจัยในชั้นเรียน มีลักษณะเป็นการวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) จุดมุ่งหมายของการวิจัยลักษณะนี้ ก็เพื่อใช้ผลการวิจัยเพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหาทันที ไม่ต้องพัฒนาทฤษฎี หรือใช้ผลในแง่อื่น เช่น มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการสอนของครู ปรับปรุงการปฏิบัติงานในโรงเรียน ฯลฯ
          2. เกิดขึ้นในชั้นเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอน
          3. ผู้วิจัยก็คือ ครู
          4. ตัวครูเป็นผู้สะท้อน (Reflect) ความรู้หรือข้อค้นพบออกมา

พันธกิจของครูในการพัฒนาและรับผิดชอบการเรียนการสอน

          ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่าบทบาทหน้าที่ของครูมีตั้งแต่การวางแผนการสอน สอนทั้งในและนอกห้องเรียน ตรวจผลงาน ตรวจแบบฝึกหัด การให้คะแนน ฯลฯ ซึ่งงานดังกล่าวเป็นภาระหน้าที่ของครูโดยตรง การวิจัยในชั้นเรียน เป็นงานวิจัย ของครูแต่ละคนจะนำกระบวนการวิจัยตั้งแต่การวางแผนวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ การสรุปผล และการอภิปรายผล มาใช้ในระหว่างทำกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชาที่ตัวเองรับผิดชอบ กล่าวคือ ครูยังคงทำหน้าที่จัดกิจกรรมการเรียน การสอน การจัดทำแผนการสอนและลงมือสอนเหมือนเดิมแต่ต้องวางแผนการเก็บรวบ รวมข้อมูลในระหว่างทำกิจกรรม การเรียนการสอน สังเกตและบันทึกข้อมูลตามแผนที่วางไว้ส่วนการวิเคราะห์ การสรุปผล อาจทำหลังจากเสร็จสิ้นการสอน, แต่ละหน่วยการเรียน หรือเสร็จสิ้นในแต่ละแผนการสอนก็ได้การสรุป ผลจะได้องค์ความรู้ที่ครูค้นพบจากการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนที่ครูได้วางแผนออกแบบไว้ก่อนแล้ว การอภิปรายผลองค์ความรู้ที่ได้มาเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของการวิจัยในชั้นเรียน ทั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผน การลงมือสอนการสังเกตบันทึกข้อมูลและได้ข้อสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อครูได้เริ่มวางแผนการสอนซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ จุดประสงค์การเรียนรู้กิจกรรมการ เรียนการสอนและการวัดผลประเมินผล
          สรุปได้ว่าการวิจัยในชั้นเรียนหรืองานวิจัยของครูก็คืองานการวางแผนการสอนมุ่งเน้นการออกแบบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนที่เป็นวิธีการใหม่ มีเหตุมีผลพอจะเชื่อได้ว่าจะทำให้ผู้เรียนเรียนรู้มากขึ้น รวดเร็วขึ้น เมื่อกิจกรรมการสอนเปลี่ยนไปสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยและงานวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะหและ สรุปผลที่ได้จากการสอน เพื่อให้องค์ความรู้ที่สามารถอภิปรายผลขององค์ความรู้ที่ได้มาได้

ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการเรียนการสอนกับกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน

          ที่จริงแล้วการวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอนมิได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่แยกต่าง หาก และครูก็ได้จัดทำอยู่แล้วด้วย เป็นแต่ว่า การกระทำนั้นยังไม่เป็นระบบของการวิจัย ตัวอย่างเช่น การสอนซ่อมเสริมแก่ นักเรียนคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มนักเรียน สอนซ่อมเสริมเสร็จแล้วก็มีการสอนมีการให้คะแนน และพิจารณาตัดสินผลการสอบ ก็เสร็จสิ้น การดำเนินการดังกล่าวยังไม่เป็นกระบวนการดำเนินการที่ดี คือ ขาดความชัดเจนในการวางแผนและไม่ได้สะท้อน ข้อค้นพบ ขาดการเขียนรายงานการวิจัย มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียว คือ วิธีการให้นักเรียนสอบผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้เท่านั้นเอง ที่จะนำไปสู่การให้ผ่าน ก็ไม่ใช่แนวคิดใหม่หรือวิธีการใหม่ เป็นวิธีการเดิมที่เคยใช้มาแล้ว ดังนั้นข้อค้นพบจึงไม่ปรากฎดังนี้ เป็นต้น

กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน

          กระบวนการวิจัย ประกอบด้วย การวางแผนวิจัย (Planning) ปฏิบัติตามแผน(Acting)เก็บรวมรวมข้อมูล (Observing) และสะท้อนความรู้ ข้อค้นพบ ข้อสังเกต(Teflecting) หรือเรียก ย่อๆ ว่า กระบวนการ PAOR รายละเอียดจะได้กล่าวต่อไปกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนมีการดำเนินการเป็นขั้นตอนโดยยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้

          1) การสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอน การวิจัยในชั้นเรียนจะต้องเริ่มต้นด้วยการมองปัญหาของเรื่องที่จะวิจัยอย่างชัดเจนเพราะการมองเห็นปัญหานำไปสู่ความต้องการในแก้ไขปรับปรุงหรือการพัฒนาและความต้องการ นี้จะนำมากำหนดเป็นวัตถุประสงค์ของการวิจัยผู้วิจัยจะสามารถมองปัญหาการเรียนการสอนในรายวิชาที่ตนรับผิดชอบได้อย่างชัดเจนโดยทำการสำรวจข้อบกพร่องนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุและความต้องการในการแก้ปัญหาให้ตรงกับสาเหตุนั้นๆ แล้วเขียนออกมาในรูปวัตถุประสงค์ ของการวิจัย การดำเนินการในขั้นตอนที่1จะทำให้สามารถกำหนดปัญหาการเรียนการสอนได้อย่างเฉพาะเจาะจงและชัดเจน และสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัยได้ด้วย

          2) การศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัยแล้วก็ควรศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องที่จะทำการ วิจัยนั้นว่ามีอยู่ก่อนแล้วอย่างไรบ้าง การศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องช่วยครู อาจารย์ในเรื่องต่อไปนี้
          1. มองปัญหาที่จะทำวิจัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
          2. ได้แนวคิดความรู้พื้นฐาน ตลอดจนทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่ที่จะศึกษา
          3. เห็นแนวทางในการศึกษาปัญหา
          4. สามารถอธิบายปัญหาโดยเฉพาะการกำหนดขอบเขตการวิจัยและสามารถอธิบายตัวแปรที่จะศึกษา
          5. สามารถตั้งสมมติฐานได้อย่างสมเหตุสมผล
          6. เลือกเทคนิคการสุ่มตัวอย่างได้เหมาะสม
          7. เลือกเครื่องมือเก็บรวมรวมข้อมูลได้ถูกต้อง
          8. เลือกวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ในขั้นตอนนี้ผู้วิจัยจะได้เทคนิคในการแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับหลักการทฤษฎี หรืองานวิจัยที่มีผู้ศึกษาไว้แล้ว

          3) การพัฒนานวตกรรมการเรียนการสอนนวตกรรมเป็นรูปแบบหรือวิธีการเรียนการสอนที่ครูอาจารย์พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในการเรียนการสอนหรืออาจนำรูปแบบและวิธีการสอนที่ทำไว้แล้วมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข เช่น สื่อการ เรียนการสอน บทเรียนโปรแกรมชุดการสอนคู่มือครูฯลฯในขั้นตอนนี้ผู้วิจัย จะได้นวตกรรมที่คาดว่ามีคุณภาพเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการแก้ปัญหา

          4) การสร้างและพัฒนาเครื่องมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจะใช้เครื่องมือชนิดใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวิจัยและตัวแปรที่จะวัดเช่น แบบทดสอบ ใช้วัดตัวแปรเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถาม ใช้วัดตัวแปรเกี่ยวกับความจริง ความคิดเห็น ความรู้สึก แบบสังเกต ใช้วัดตัวแปรเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ลักษณะการปฏิบัติ สภาพแวดล้อม บรรยากาศการเรียนการสอนฯลฯ ซึ่งผู้วิจัยจำเป็นต้องศึกษาเครื่องมือแต่ละชนิดทั้งในด้านลักษณะของเครื่องมือวัดวิธีการสร้างข้อดีและข้อจำกัดของเครื่องมือแต่ละชนิดซึ่งเครื่องมือวัดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นหรือที่ผู้อื่นสร้างไว้แล้วจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ เช่น ความตรง (validity) ความเชื่อมั่น (reliability)

          5) การทดลอง การรวบรวม การวิเคราะห์ และสรุปผล การวิจัย เมื่อผู้วิจัยสร้างนวตกรรมและเครื่องมือวัดแล้วขั้นตอนต่อไป คือนำนวตกรรมนั้นไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างและเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์ตามแนวทางที่กำหนดไว้ ผู้วิจัยควรจัดทำปฏิทินปฏิบัติงาน กำหนดระยะเวลาของการดำเนิน งานในแต่ละขั้นตอนไว้

          6) การเขียนรายงานการวิจัย เป็นการรายงานการทำวิจัย เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์และสำรวจปัญหา การพัฒนานวตกรรม การทดลองใช้ การวิเคราะห์ผลสรุปผลอภิปรายและเสนอแนะเป็นการเสนอสิ่งที่ได้ศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบเพื่อรายงานผลการศึกษาให้ผู้อื่นทราบเพื่อการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: