|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:40:00 PM » |
|
ชมไม้ ชมอาภรณ์
๘๕ พระเจ้าเกล้านรนาถ เสด็จยุรยาตรคลาศคลาไคล ธารโศกเรียมโศกใจ ด้วยไกลน้องหมองอารมณ์ ฯ พระบาทนรนาถเจ้า กรุงไกร เสด็จพยุหบาตรไป เถื่อนถ้อง ธารโศกช่วยโศกใจ จักขาด ด้วยพี่ไกลพักตรน้อง ขุ่นคล้ำอกกรม ฯ ๘๖ พรึบพร้อมหมู่เสนา พลช้างม้าดากันไป ทรงช้างระวางใน เทพลิลาหลังคาทอง ฯ พรั่งพรูหมู่มากซร้อง เสนา แตรแขกแตรลันดา แหร่แหร้ ทรงช้างระวางขวา สูงใหญ่ เทพลิลาหลังคาแหน้ ธินั่งไล้เลือนทอง ฯ
๘๗ เครื่องสูงเคียงคู่กัน กลิ้งกลดคันเพียงขวัญตา บังแสงพระสุริยา อีกโบกปัดพัชนีกาย ฯ เครื่องสูงเคียงขู้เรียบ เรียงไสว เขนพระขรรค์เดินใน รวางเขรื้อง ง้าวงอนโตมรไชย เชิญแห่ โบกปัดพัชนีเยื้อง ยาบเลื้องทองวาว ฯ ๘๘ เขาเจ้าเหล่าเขาแม่ นุ่งห่มแพรแลริ้วทอง ขี่กูบขี่จำลอง ผ่องผิวหน้าอ่าองค์อร ฯ สาวสนมกรมฝ่ายห้าม ทังผอง นุ่งห่มเรืองริ้วทอง ก่องแก้ม ขึ้นกูบขี่จำลอง ลายเลิศ ผิวผ่องย่องยิ้มแย้ม เพริศหน้าตาเพรา ฯ ๘๙ เรียมเห็นแต่นางอื่น ไม่ชูชื่นเหมือนสายใจ คิดถึงคำนึงไป โหยละห้อยคอยเล็งแล ฯ สาวฉกรรจ์สะพรั่งพร้อม นางใน เห็นบ่เหมือนสายใจ ละห้อย รำพึงตลึงไป เนืองเทวษ พรากพรากน้ำเนตรย้อย มุ่งม้องคองแล ฯ
๙๐ สุขรมย์ชมหมู่ไม้ ชมนกในไพรพงสถาน เขาแดงแหล่งห้วยธาร ร่มรื่นสนุกขุกคำนึง ฯ สุขรมย์ชมหมู่ไม้ เลือนลาน ชมนกไพรพงสถาน หลากเหล้น เขาเชียวทุ่งห้วยธาร รื่นรี่ ร่มรื่นลำน้ำเต้น แก่งก้องคนึงนาง ฯ ๙๑ ไม้แก้วกลิ่นแก้วกราย หอมบวายวังเวงใจ ทุกข์ลืมปลื้มอาไลย ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมหา ฯ ไม้แก้วแก้วพี่เยื้อง หอมสไบ หอมกลิ่นหอมชวยไป ทั่วแคว้น ทุกข์ลืมปลื้มอาไลย ลานกลิ่น กลกลิ่นนางน้องแหม้น แต่เที่ยวแลหา ฯ ๙๒ ไม้เกดคิดเกศนาง เมื่อสะสางเกล้าผมมวย กลิ่นรื่นชื่นหอมรวย ว่ากลิ่นเจ้าเปล่าใจหาย ฯ ไม้เกดคนึงเกศเจ้า สดสลวย ถือเสนียดสางผมมวย เกศแก้ กลิ่นรื่นชื่นหอมรวย ดีหลาก ว่ากลิ่นเจ้าเปล่าแท้ รุ่มร้อนใจหาย ฯ
๙๓ มะกรูดสองแถวทาง คิดมะกรูดนางสางสะผม แก้เกล้าเจ้าผึ่งลม กลิ่นขจรจายเรียมสบายใจ ฯ ต้นมะกรูดสองเถื่อนถ้อง แถวพนม มะกรูดเหมือนนางสะผม พ่างเพี้ยง แก้เกล้าเจ้าผึ่งลม รวยระรื่น ขจรสุคนธ์กลิ่นเกลี้ยง รื่นล้ำเรียมสบาย ฯ ๙๔ ต้นน้ำดอกไม้เทศ กลิ่นวิเศษนึกเหมือนน้ำ ดอกไม้ย้อมดอกคำ รำชมภูดูห่มงาม ฯ น้ำดอกไม้เทศแท้ เปรียบปาน น้ำกลิ่นเมืองเทศปาน กลิ่นเกล้า สมรอดดอกคำจาน ขันคู่ รื่นร่ำชมภูผ้า ห่มเจ้าหอมงาม ฯ ๙๕ การเกดเพศผิวเนื้อ ดูเหลืองเรื่อเยื่อใยทอง หอมกล้าการเกดปอง เปรียบกลิ่นเจ้าเศร้าอับอาย ฯ การเกดผิวผ่องเนื้อ รังรอง เหลืองเนื้อเยื่อใยทอง ห่อนเศร้า หอมกล้าการเกดปอง ปูนเปรียบ กรายรอต่อตมูกเจ้า พ่ายแพ้อับอาย ฯ
๙๖ ต้นกรายเหมือนนางกราย เดินหิ้วชายหมายตาคม น้องนาฏผาดผายสม พี่รักเจ้าเท่าตัวเรียม ฯ ต้นกรายคิดย่างเยื้อง เอวกลม เดินหิ้วชายตาคม เลื่องหล้า น้อยนาฏผาดผายสม ทิพรูป พี่นี่รักแต่เจ้า เท่าด้วยตัวเรียม ฯ ๙๗ อัญชันคิดอัญชัน ทาคิ้วมันกันเฉิดปลาย ชำเลืองเยื้องตาชาย ชายชมนักมักแลตาม ฯ อัญชันคนึงอ่าเจ้า โฉมฉาย คิ้วเคลือบมันกันปลาย เฉิดช้อย ชำเลืองเยื้องตาชาย เนืองนั่ง ชมเพลินเดินคล้ายคล้อย บ่ายหน้าแลตาม ฯ ๙๘ เรียมคนึงถึงนวลนาง หมู่ไม้สล้างชื่อช้างเช้า คิดช่างนางชาญเฉลา ทำสิ่งใดได้งามดี ฯ เรียมคนึงนวลแน่งเนื้อ นงเยาว์ ไม้ชื่อช้างเช้าเรา ว่าไว้ คิดนางช่างชาญเฉลา ฉลักภาพ ทำสิ่งใดย่อมได้ รูปล้ำทรงดี ฯ
๙๙ กุหลาบบานกลีบช้อย คิดกะทงน้อยวางพานทอง หอมรื่นชื่นชมสอง หยิบดอกไม้ให้นางดม ฯ กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง เนืองนอง นึกกะทงใส่พานทอง ก่ำก้าว หอมรื่นชื่นชมสอง สังวาส หยิบรอจมูกเจ้า บ่ายหน้าเบือนเสีย ฯ ๑๐๐ จำปาป่าบานบน คิดสร้อยสนเจ้าเคยกรอง นอนแนบแอบอิงสอง เจ้าถวายพี่ที่บรรทมฯ จำปาบานชื่นช้อย เนืองนอง คนึงสร้อยสนนางกรอง เกี่ยวแหน้น นอนแนบแอบองค์สอง ไสเยศ ถวายพี่วางบนแถ้น แว่นฟ้าบรรทม ฯ ๑๐๑ พุทธชาตดวงน้อยน้อย คิดเจ้าร้อยพวงมาไลย จำปาสายสุดใจ แซมเกศเกล้าเจ้าถอดถวาย ฯ พุทธชาตดวงน้อยกลิ่น เปรมใจ เจ้าช่างกรองมาไลย เลิศแล้ว จำปาเสียบแซมใน มวยมุ่น หอมพี่ชมน้องแก้ว ถอหยื้นทูลถวาย ฯ
๑๐๒ ลำดวนเจ้าเคยร้อย กรองเปนสร้อยลำดวนถวาย เรียมชมดมสบาย พี่เอาสร้อยห้อยคอนาง ฯ ลำดวนปลิดกิ่งก้าน สนสาย กรองสร้อยลำดวนถวาย ค่ำเช้า ชูชมดมกลิ่นสบาย ใจพี่ เอาสร้อยห้อยคอเจ้า แนบหน้าชมโฉม ฯ ๑๐๓ มาลุดีดอกน้อยน้อย คิดเจ้าร้อยพวงมาไลย เวลามานอนใน สวมมือพี่ที่ไสยา ฯ มาลุดีกลกลิ่นเกลี้ยง เอาใจ เจ้าย่อมร้อยมาไลย แต่งตั้ง เพลาเข้านอนใน ไสยาสน์ สวมข้อมือพี่ทั้ง คู่ให้หอมรวย ฯ ๑๐๔ นางนวลคิดนวลนาง ผลหมากปรางคิดปรางทอง ช้างน้าวน้าวคอสอง ยามพี่น้าวเคล้าคลึงกัน ฯ นางนวลนึกนิ่มเนื้อ นวลลออง ปรางพี่นึกปรางทอง ก่องแก้ม ข้างน้าวน้าวสอสอง จุมพิต พี่น้าวเคล้าคลึงแย้ม ยั่วยิ้มชมกันฯ
๑๐๕ เห็นไม้ชื่อเทพี คิดเทวีพี่ย่อมเคย ภิรมย์ชมชวนเชย เมื่อไรเลยจะเห็นนาง ฯ เทพีเป็นชื่อไม้ ฤาเสบย คิดเมื่อเทวีเคย ครุ่นเคล้า ภิรมย์ชมชวนเชย นอนแนบ ไฉนจักเห็นหน้าเจ้า หนุ่มน้อยโฉมสมรฯ ๑๐๖ เห็นไม้ชื่อนางแย้ม คิดนางแย้มโอฐพริ้มพราย สาวหยุดยุดมือชาย พี่ย่อมยุดสุดเสน่ห์ชม ฯ นางแย้มเป็นชื่อไม้ สูงเสลา ตรึกเมื่อแย้มโอฐเพรา เพริศหน้า สาวหยุดยุดมือเรา ชมชื่น พี่ยุดสุดเสน่ห์เกล้า กอดน้องชมเชย ฯ ๑๐๗ ไม้ขนานเคยขนานหน้า หัวร่อร่าตาเมียงมัน พุมเรียงเรียงหน้ากัน ยามเมื่อก่อนบ่ห่อนไกล ฯ ไม้ขนานขนานแนบหน้า นวลจันทร์ หัวร่าตาเมียงมัน ต่อต้อง พุมเรียงรื่นเรียงกัน พักตรแนบ ยามเมื่อก่อนฤาน้อง ห่างผ้างเจียรไกล ฯ
๑๐๘ จิงจ้อคราวพูดจ้อ ย่อมหริกร่อต่เย้ายวน ไม่เรอเหมือนเรอสรวล หัวร่อรื่นชื่นชมศรี ฯ จิงจ้อคราวพูดจ้อ เรียมกวน หริกร่อก่อยียวน ยั่วยิ้ม ไม้เรออย่างเรอสรวล พลางพลอด หัวร่ารื่นชื่นพริ้ม ต่อต้องตาสมร ฯ ๑๐๙ ต้นปริกคิดปริกตลับ เจ้าประดับพลอยแหวนราย หีบแป้งแต่งก่องกาย อาบน้ำพัดผัดเป็นนวล ฯ ปริกคิดปริกตลับเจ้า โฉมฉาย นางประดับพลอยแหวนราย ร่วงรุ้ง หีบแป้งแต่งสกนธ์กาย แลเลิศ ทาแป้งพัดกลิ่นฟุ้ง ผองหน้านวลงาม ฯ ๑๑๐ กลำพ้อจำเพาะนัก ไม่รังรักคิดรักอร สีเสียดเสียดนางนอน หว้าวานว่าให้นางคืน ฯ กลำพ้อจำเพาะแต่ด้วย สายสมร รังรักนึกรักอร แนบข้าง สีเสียดเสียดนางนอน นุชแนบ วานว่าว่ามาบ้าง เร่งให้นางคืน ฯ ๑๑๑ ไม้เลียบเลียบมาหมด ต้นสรรพะรศรสคำสมร เชิงจำจำคำสอน ต้นส้มเช้าเช้าเคยฝาน ฯ ต้นเลียบเลียบแล้วห่อน เห็นอร สรรพะรศรสคำสมร สว่างไข้ เชิงจำจำคำสอน เรียมสั่ง ต้นซ่มเช้าเช้าได้ ปอกเจ้าถวายยา ฯ ๑๑๒ กลุมพอพอเรียมคิด เรียมฝ่อจิตมะฝ่อชุม มะรุมทุกข์รึงรุม ต้นมังเรเรียมเร่หา ฯ กลุมพอพอตรึกร้อน เพลิงสุม ใจฝ่อมะฝ่อชุม หลีกเลี้ยว มะรุมทุกข์รึงรุม อกอยู่ ต้นมังเร่เรียมเถี้ยว ร่ำร้องเร่หา ฯ ๑๑๓ สรลสร้อยสร้อยหาน้อง ต้นมะต้องต้องตาไฉน สบ้าบ้าจิตใจ ต้นไก่ไห้ไห้หานางฯ สรลสร้อยสร้อยโศกด้วย นางไกล หมากต้องต้องตาไฉน ห่างแก้ว สบ้าบ้าจิตใจ จักขาด ต้นไก่ไห้ไห้แล้ว ครุ่นให้คนึงนางฯ
๑๑๔ กำจัดกำจัดพี่ มะตูมตีที่องค์อูร หิ่งหายนางหายสูญ ต้นเต่าร้างร้างแรมปี ฯ กำจัดจัดแล้วห่อน สมบูรณ์ มะตูมตีทรวงอูร ขัดข้าง หิ่งหายเจ้าหายสูญ แลเปล่า ต้นเต่าร้างเรียมร้าง อ่อนน้อยแรมปี ฯ ๑๑๕ ไม้โรคคิดโรคา พังอาดยาชะโลมให้ มะไฟร้อนคือไฟ ต้นประเจ้าเคยประยา ฯ ไม้โรคคนึงโรคร้อน ภายใน พังอาดยาเย็นใส ลูบไล้ มะไฟเผ่าเพียงไฟ ลนลวก ต้นประประยาให้ พี่เจ้าชะโลมเนือง ฯ ๑๑๖ ชมพู่ชมพูนาง ช่างย้อมร่ำก่ำสีใส แปลบปลาบทราบอกใจ ติดขลิบตาดประหลาทดี ฯ ชมพู่กลิ่นพ่าเจ้า ตาตรู สดชื่นชมพูดู ยอดย้อม แปลบปลาบทราบในอู ระเรียม ไซ้นา ติดขลิบตาดงามพร้อม เพริศหน้าสมสวย ฯ
๑๑๗ ระกำลำลูกสล้าง คิดผ้านางตาระกำโฉม สมรพี่มีขลิบโลม ใจทั่วโลกโศกศัลย์หาย ฯ ระกำลำลูกขึ้น สองทาง คนึงผ้าตาระกำบาง นิ่มน้อง มีขลิบหยิบทรงพลาง โลมโลก แลนา มีโรคโศกศัลย์ข้อง ขัดแค้นเห็นหาย ฯ ๑๑๘ หงอนไก่คิดเหนือเศษ ชมพูเทศมีขลิบรอย หน้าทองก่องสายสร้อย ห่มยางเยื้องชำเลืองแลฯ หงอนไก่คนึงผ้ากำ สาวสร้อย ชมพูเทศมีขลิบช้อย กลิ่นเฝื้อง หน้าทองน้องห่มลอย รางร่าง เดินสำอางย่างเยื้อง แช่มช้าเหลือบแลฯ ๑๑๙ ทัมทิมตรึกผ้าสี น้องห่มมีสีทับทิม ขลิบทองทั้งสี่ริม หน้ากระจายพรายพรุยทอง ฯ ดอกแดงแสงก่ำไม้ คือพิมพ์ เดียวนา นึกห่มสีทับทิม ก่ำผ้า ขลิบมีสีด้านริม รึงรอบ เส้นกระจายพรายหน้า อ่าพริ้งพรุยทอง ฯ
๑๒๐ ไม้มะต้องต้องตาพี่ ตรีผ้าสีหมากสุกนาง ติดขลิบหยิบห่มบาง เห็นรางรางพอยียวลฯ หมากต้องต้องเนตรเถี้ยว พลางพลาง นึกนา ผ้าผ้าหมากสุกนาง หยุดยั้ง ปลิวปลิวไสบบางบาง ยองย่อง รางรางคู่คู่ตั้ง ใคร่เห็นยอนยอนฯ ๑๒๑ กรรณิกาก้านสีแสด คิดผ้าแสดติดขลิบนาง เห็นเนื้อเรื่อโรงราง ห่มสองบ่าอ่าโนเน ฯ ผ้าสีมีขลิบเนื้อ บางดี ก้านกรรณิกาสี แสดเถ้า โนเนนาดน้องลี ลาเลิศ เมียมิ่งเรียมดูเจ้า ห่อนได้วางตาฯ ๑๒๒ ฟ่ายแดงพอสบตา พี่นึกผ้าสีแดงเอง หอมกลิ่นฟุ้งวังเวง ติดขลิบใหญ่ไหมแกมทอง ฯ เห็นฟ่ายแดงดอกต้น โกงเกง คนึงผ้าสีแดงเอง อีกเหล้า น้องห่มอ่าโถงเถง นวยนาด ติดขลิบใหญ่ไหมเจ้า คั่นผุ้งแกมทอง ฯ
๑๒๓ เห็นห่านในชลธี ถวิลผ้าสีลูกห่านสาย- สมรพี่ติดขลิบพราย ทองช่องไหมในริ้วเรืองฯ เห็นห่านลงท่องท้อง ชลหลาย สีลูกห่านผ้าสาย สวาทข้า นึกนางห่มกรุยกราย โนนาด ขลิบทองช่องไหมหน้า อร่ามล้วนทองทราย ฯ ๑๒๔ บัวบานในคงคา นึกผ้าสีบัวโรยบาง นวลลอองอ่องขลิบนาง น้องเราห่มลอยชายงาม ฯ บัวบานงามพี่ดิ้น แดโดย นึกผ้าสีบัวโรย กลิ่นเฝื้อง ทรงขลิบอ่องชายโชย ยวลผาด เห็นห่มสมบนเบื้อง บ่าเจ้าลอยชาย ฯ ๑๒๕ ต้นครามพี่คิดผ้า สีฟ้าอ่อนอรเคยทรง เรียมคิดติดขลิบวง เวียนรอบหน้าอ่าครุยทอง ฯ ต้นครามนึกผ้าเจ้า บรรจง สีฟ้าอ่อนอรทรง เลิศฟ้า เรียมพิศติดขลิบวง เวียนรอบ นางประดิษฐ์ติดหน้า อ่าฝั้นครุยทอง ฯ
๑๒๖ ไม้มะพูดผ้าสาวสวัสดิ์ หน้าสีรัดติดครุยทอง ฯ สดชื่นพื้นใบตอง พี่ชมสมเจ้าห่มรวย ฯ มะพูดถวิลพ่าเจ้า นวลลออง หน้าสีรัดครุยทอง ก่ำเนื้อ สดชื่นพื้นใบตอง ขลิบมาศ เรียมย่อมเชยชมเหมื้อ ห่มเหล้นตามวัน ฯ ๑๒๗ มะม่วงไพรใบอ่อนมี คิดผ้าสีม่วงอ่อนแทน ขลิบอ่าตาตักแตน หน้าทอทองกรองข่ายทรง ฯ มะม่วงใบอ่อนเจ้า เรียมแหงน ดูนา คิดมะม่วงอ่อนอรแทน ผิดผ้า รึงขลิบตาตักแตน ริมเรื่อง ถักทองกรองข่ายหน้า ประหลาทเจ้าเคยทรง ฯ ๑๒๘ เรียมเห็นดวงอัคคี ถวิลผ้าสีควันเพลิงสมร ขาวเหลืองห่มอรชร เห็นรักร่อนอย่างโชยชาย ฯ หุงโภชน์ควันคื่นกลุ้ม อัคคี ผ้าห่มควันไฟสี สวาทข้า มีขลิบหยิบทรงสี ลาเลื่อน เห็นรักร่อนอ่อนหน้า ย่างเยื้องโชยชาย ฯ
๑๒๙ เห็นเมฆเบื้องบนฟ้า เรียมคิดผ้าโกหร่านาง ขลิบทองย่องยงบาง เจ้าสบัดชายกรีดกรายงาม ฯ เห็นเมฆลิ่วล่องฟ้า ชมพลาง นึกพ่าโกหร่านาง ร่างน้อย ขลิบทองย่องยงบาง ลนเลื่อน แววนา เจ้าสบัดชายพ่าช้อย กรีดนิ้วกรายโฉมฯ ๑๓๐ บัวขาวคิดผ้าขาว งามเลิศล้ำส่ำน้ำดี เจ้าห่มการพิธี หน้าเจ็ดชั้นคั่นทองรวย ฯ บัวขาวคิดพ่าน้อง สาวศรี ขาวฉ่ำน้ำเนื้อดี เอกนั้น คราวสงฆ์พิธีมี โดยขนาด เจ้าห่มหน้าเจ็ดชั้น เนื่องริ้วทองพราย ฯ ๑๓๑ ผึ้งร้างพี่นึกปอง ผ้าขาวกรองลายดอกงาม ย่อมห่มเข้าอาราม หน้าเจียรบาดประหลาทตา ฯ ผึ้งหลวงรวงเก่าร้าง เรียมปอง ผ้าห่มขาวผูกกรอง ลูกไม้ สำหรับพับเฉียงทอง ลอยดอก หน้าเจียรบาดประหลาทให้ แซ่ซ้องชมโฉม ฯ
|