|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:36:50 PM » |
|
ครวญตามเวลา
๒๒ ย่ำฆ้องเจ้าพี่เอ๋ย พี่ย่อมเคยเชยพักตรา จุดไฟให้บูชา พระพุทธเจ้าเจ้าเคยเตือน ฯ จตุรารุณเรื่องเรื้อง เพลา เรียมย่อมชมพัตรา นั่งน้อม จุดไฟให้บูชา นบนอบ พระพุทธเจ้าเจ้าหย้อม นั่งเฝ้าคอยเตือน ฯ ๒๓ โมงเช้าแล้วเจ้าพี่ เจ้าถ้วนถี่ดีการเรือน หญิงใดไม่มีเหมือน ใช้สอยดีพี่เคยชม ฯ โมงหนึ่งคนึงเจ้าเร่ง สติเฟือน เจ้าถ้วนถี่การเรือน สั่งชี้ หญิงใดไม่มีเหมือน นางเนตร รู้นพครบการผี้ ช่วยต้องใจชม ฯ ๒๔ สองโมงเช้าหึ่งหึ่ง พี่ตลึงกอดเข่าเหงา เวลามาทันเรา พี่กับเจ้าไม่เห็นเลย ฯ สองโมงหุ่ยหุ่ยเข้า เรียมคนึง พี่กอดเข่าเหงาตลึง โศกเศร้า เวลาเท่าทันถึง จำพราก กรรมพี่กับกรรมเจ้า หากให้เห็นกัน ฯ
๒๕ เพลาสามโมงเช้า เจ้าแต่งองค์ทรงน้อยงาม พูดจาว่าถ้อยความ ตามมีกิจนิตย์เนืองมา ฯ ไตรยานาฬิกาเช้า โฉมยง ตกแต่งอรองค์ทรง แน่งน้อย พูดจาว่าความจง ภักดิ์เลิศ มีกิจพิดทูลถ้อย แก่เรื้ยมเสมอมา ฯ ๒๖ เจ้าพี่สี่โมงเช้า ดูกับเข้าแลของหวาน เสร็จเจ้าเอามากราน หมอบพัดวีพี่เกษมสันต์ ฯ สี่โมงเช้าเจ้าพี่หย้อม ดูการ เครื่องเข้าเล่าของหวาน แต่งไว้ เสร็จเจ้าเข้ามากราน กรายแซ่ โบกปัดพัดวีให้ พี่นี้สำราญ ฯ ๒๗ เพลาห้าโมงเช้า เรียมกินเข้าเจ้ามาคัล ว่องไวใช้สอยขยัน หานางใดไม่เหมือนเลย ฯ ห้าโมงยามเมื่อเช้า เชยอร กินเข้าชมนวลสมร หมอบเฝ้า ว่องไวใช้สอยขยัน นางอื่น หาสตรีเปรียบเจ้า ห่อนได้เหมือนเลย ฯ
๒๘ ย่ำเที่ยงเข้าหึ่งหึ่ง เคยเคล้าคลึงรึงกายา เสน่ห์สนิทนิทรามา บัดนี้พี่เห็นเลย ฯ ย่ำเที่ยงหึ่งหึ่งก้อง นาฬิกา เคยเกลือกคลึงกายา ไขว่ข้าง สมสนิทนิทราสา ทรภาพ ไกลพี่เปลี่ยวอ้างว้าง คลาศเคล้าฤาเห็น ฯ ๒๙ บ่ายโมงพี่โกรงกลุ้ม จิตคลั่งคลุ้มสุมดวงแด เจ้าพี่พี่จะแปร หน้าไปต่อรอใครเลย บ่ายโมงทุกข์พี่กลุ้ม คอยแล จิตคลั่งทรวงดวงแด สลัดหลิ้ม แก้วพี่จะปรวนแปร สมสู่ หญิงอื่นฤาจักยิ้ม ต่อด้วยใครเลย ฯ ๓๐ ตีฆ้องสองโมงบ่าย ทุกข์พี่ชายฟายน้ำต ร้อนรนบ่นครวญหา ไกลพี่แล้วแก้วกลอยใจ ฯ ตีสองโมงบ่ายก้อง แครงมา พี่ชายฟายน้ำตา ร่ำร้อง ร้อนรนบ่นถามหา สายสวาท พี่ห่างแก้วแล้วน้อง แน่งน้อยนงคราญ ฯ
๓๑ เพลาสามโมงเย็น เพื่อนเรียมเห็นเป็นทุกข์ทน เขาถามความกังวล จะบอกไปไป่ได้เลย ฯ เพลาสุริยบ่ายเบื้อง เวหน เพื่อนเห็นเป็นทุกข์ทน บ่นบ้า ถี่ถามความกังวล ทนเทวษ บอกบ่ได้เลยน่า เฝื่อนเลี้ยวเดินหนี ฯ ๓๒ เจ้าพี่สี่โมงเย็น เร่งเป็นเข็ญเห็นสาวศรี อื่นมาหายินดี มิได้เลยเคยชมนาง ฯ เพลาสุริยอ่อนเรื้อย รังสี พิศเพ่งเลงสาวศรี เชื่องใช้ สาวอื่นพูดพาที นบนอบ ไม่ชื่นจริงยิ่งได้ เดือดร้อนคลึงนาง ฯ ๓๓ เพลาห้าโมงเย็น เรียมลำเค็ญด้วยโฉมตรู นางเดียวเที่ยวแลดู แก้วพี่อยู่ห่างหนใด ฯ บ่ายชายมาหึ่งซ้ำ ตาฟู ทุกข์เพื่อเฉิดโฉมตรู โศกสร้อย นางเดียวเที่ยวทางดู แดนโลก แก้วพี่นางสาวน้อย อยู่แคว้นแดนใด ฯ
๓๔ ย่ำฆ้องค่ำแล้วเจ้า เพลาเล่าเข้าสนธยา จุดเทียนเวียนส่องหา เจ้าแห่งใดไม่เห็นเลย ฯ ราตรีรวีเลื่อนเลี้ยว ลับตา มัวมืดมนสนธยา ค่ำแล้ว ถือเทียนเวียนส่องหา นางทั่ว อยู่แห่งใดน้องแก้ว ห่อนได้เห็นเลย ฯ ๓๕ ทุ่มหนึ่งย่อมคลึงเคล้า เนื้อพี่เจ้าเข้าแนบเนียน สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ถือเทียนไว้ให้สูบยา ฯ ทุ่มหนึ่งพี่ยอมเคล้า คลึงเศียร จูบกอดอรนอนเนียน แนบไว้ สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ยาวยื่น เจ้าจับเทียนไว้ให้ พี่นี้สูบยา ฯ ๓๖ สองทุ่มรุมอกพี่ ฆ้องเขาตีพี่เจ็บตาง กลุ่มใดไห้ครวญคราง โหยไห้พลางนางฤาเห็น ฯ สองทุ่มค่อนอกเข้า ผางผาง ฆ้องตีพี่เจ็บตาง ปุ่มฆ้อง กลุ้มใจไห้ครวญคราง หาอยู่ โหยไห้ช้างนางน้อง พี่นี้ฤาเห็น ฯ
๓๗ ยามหนึ่งคนึงเคยเคล้า จูบกอดเจ้าเฝ้าชมกัน เวรามาตามทัน ให้ไกลข้างร้างแรมสอง ฯ ยามหนึ่งคลึงสวาทหน้า นวลจันทร์ จูบกอดพลอดชมกัน เกลือกเคล้า เวราติดตามทัน ทำโทษ ไกลค่างห่างชมเจ้า เริศร้างแรมสอง ๓๘ ราตรีสี่ทุ่มแล้ว โอ้นางแก้วแคล้วคลาศไป หมอนกอดทอดฤทัย หายใจใหญ่ให้รำคาญ ฯ ราตรีสี่ทุ่มแล้ว ลับไกล น้องแก้วแคล้วเรียมไป ขาดพร้อง กอดหมอนทอดฤทัย ทบท่าว ลมแล่นพัดขัดข้อง สวาทได้รำคาญ ฯ ๓๙ เพลาห้าหึ่งทุ่ม คือเพลิงรุมสุมกลางใจ ร้อนเรียมเทียมร้อนไฟ อีกหนามรุมกลุ้มเสียบทรวง ฯ เพลาห้าทุ่มพี่ คนึงใน เพลิงผ่าวเผาดวงใจ คลั่งคลุ้ม ร้อนเรียมเทียบร้อนไฟ ลนล่าว อีกหนามหนามากลุ้ม เสียบไส้ในทรวง ฯ
๔๐ ย่ำฆ้องสองยามเข้า พี่ไกลเจ้าเหงาตลึง นิทราผ้าคลุมขึง หญิงใดวอนห่อนเจรจา ฯ สองยามย่ำฆ้องพี่ รำพึง ไกลเจ้าเหงาเงียบตลึง ยิ่งไข้ นิทราผ้าคลุมขึง ไสยาศน์ หญิงอื่นวอนห่อนได้ กล่าวเกลี้ยงพาที ฯ ๔๑ เจ็ดทุ่มรุมความทุกข์ ไม่เป็นสุขขุกคำนึง ว้าวุ่นครุ่นคิดถึง แต่นวลเจ้าทุกเพรางายฯ เจ็ดทุ่มรุคุณร้อน รำพึง สุขบมีคำนึง ก่อนกี้ ว้าวุ่นครุ่นครวญถึง สังวาส คิดแค้นวรนุชนี้ ค่ำเช้าเพรางาย ฯ ๔๒ แปดทุ่มกลุ้มทุกข์ชาย ลเมอลมายคล้ายเหมือนมา เรียมตื่นฟื้นกายา เที่ยวหาไหนไม่พบเลย ฯ แปดทุ่มกลุ้มเทวษสร้อย โศกา นอนลเมอเหมือนมา แนบใกล้ เรียมฟื้นตื่นกายา แลเปล่า หาที่ไหนไป่ได้ สบน้องเรียมเลย ฯ
๔๓ สามยามความรักกัน เร่งโศกศัลย์หวั่นใจถึง ยามค่ำร่ำรำพึง ถึงสามยามตามกรุณา สามยามความเสน่ห์เคล้า เคยคลึง โศกศัลย์หวั่นใจถึง ทุ่มนี้ พลบค่ำร่ำรำพึง คนึงเนื่อง ถึงสามยามแล้วถี้ พี่เอื้อเอ็นดู ฯ ๔๔ สิบทุ่มเจ้าพี่เอ๋ย เมื่อไรเลยจะพบพาน งามนักพักตร์เบิกบาน จะหาได้แต่ใดมา ฯ สิบทุ่มนางแน่งน้อย นงคราญ กี่เมื่อจะพบพาน คู่เคล้า งามนักพักตร์เบิกบาน เรียมร่อ เรียมจักเที่ยวหาเจ้า ห่อนได้มาเลย ฯ ๔๕ ตีสิบเอ็ดเสร็จครวญหา แต่เช้ามาคุ้มราตรี จวบจนพระสุริย์ศรี เสร็จรถทองส่องสกล ฯ สิบเอ็ดเสร็จคร่ำไห้ หาศร ในทิวาราตรี แหล่งหล้า จวบจวนพระสุริย์ศรี ล่าเลื่อน เสร็จรถทองท่องฟ้า ส่องแคว้นแดนดิน ฯ
๔๖ แสงทองเรืองรองราง ขึ้นกระจ่างสว่างเวหา รุ่งแล้วแก้วกัลยา สุดเสน่หาไม่มาเลย แสงเงินแสงนากผุ้ง แสงทอง แสงสว่างเรืองรังรอง อร่ามฟ้า รุ่งแล้วแคล้วเคยสอง สังวาส โอ้สายสุดสวาทข้า ห่อนได้เห็นเลย ฯ
|