การสูญเสียสัจธรรมที่อยู่ในรากฐานจิตใจตัวเองของคนท้องถิ่น
โดยศาสตราจารย์ระพี สาคริก
********************************************
ประเด็นการสูญเสียสัจธรรมที่ควรจะมีอยู่ในรากฐานจิตใจตนเองของคนท้องถิ่น สิ่งนี้มีผลทำให้คนยุคหลังๆดูถูกคนในยุคก่อน
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการดูถูกพฤติกรรมของคนโบราณไม่เพียงเท่านั้นยังมีสิ่งสำคัญอีกประเด็นหนึ่งซึ่งได้แก่ ?ความคิดและจิตใจที่ขาดความสนใจประวัติศาสตร์ของชาติ?
เรื่องนี้ แต่ก่อนในขณะที่ฉันยังมีอายุไม่เกิน ๒๐ปี ตนก็ได้เห็นการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ของชาติซึ่งมีการปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง แต่มาบัดนี้อายุฉันย่างเข้า ๘๗ ปีแล้ว เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาค้นหาความจริงของอดีตกลับพบว่าในกระแสการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ของชาติภายในสถาบันการศึกษาของไทยกลับหายไป
?เมื่อไม่มีสิ่งนั้นก็ย่อมไม่มีสิ่งนี้? ดังนั้นเมื่อไม่มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ของชาติไทย กลับมีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ของชนต่างชาติเข้ามาแทนที่ มิน่าล่ะ ความรู้สึกรับผิดชอบต่อบ้านเมืองของเยาวชนในช่วงหลังๆ ส่วนใหญ่มันหายไป! วิญญาณคนท้องถิ่นที่รำลึกถึงอดีตของชีวิตตัวเองและสังคม ย่อมบ่งบอกถึงความมั่นคงของการดำเนินชีวิตตนเองและสังคมร่วมด้วย เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์ของชาติรวมทั้งชีวิตคนท้องถิ่นจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ความเป็นชาติของมนุษย์มั่นคงอยู่ได้เรามักได้ยินคำปรารภเสมอๆ ว่า ?คนไทยลืมง่าย? สิ่งนี้เองควรถือว่าเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิต รวมทั้งความมั่นคงของชาติอย่างสำคัญ
หวนกลับไปนึกถึงคำปรารภซึ่งคนแต่ก่อนมักกล่าวกันว่า ?ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว? สิ่งดังกล่าวย่อมบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของข้าวปลาอาหารที่ปรากฏอยู่บนแผ่นดินผืนนี้มาแต่อดีต
ในเมื่อพื้นฐานของสังคมไทยในอดีตมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งนี้เองที่บ่งบอกถึงสัจธรรมให้หยั่งรู้ได้ว่า ?คนโบราณมีความรู้เรื่องการเกษตรลึกซึ้งยิ่งกว่าคนยุคนี้?
แต่จากผลการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของการจัดการศึกษาเกษตรไทยเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้ว เราจะเห็นได้ว่าแม้ราชการก็ยังส่งคนไปศึกษาเพื่อเอาปริญญาสูง ๆจากเมืองฝรั่งและหอบกลับมาเผยแพร่สู่เยาวชนและเกษตรกรซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในระดับพื้นดิน
สภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถ้าไม่เรียกว่าพัฒนาคนให้เป็นผู้ดูถูกพื้นฐานของตัวเองแล้วเราจะเรียกว่าอะไร?
ถ้าคนท้องถิ่นลงมือปฏิบัติจากความจริงที่อยู่ในจิตใจตนเองแล้ว ควรจะมีผลทำให้คนท้องถิ่นมีความรู้ในระดับพื้นฐานที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าการไปศึกษาจากเมืองฝรั่งแผ่นดินถิ่นเกิดของมนุษยชาติเป็นสื่อธรรมชาติที่เชื่อมโยงความรักความสามัคคีของคนในชาติเอาไว้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ดังร้อยกรองบทหนึ่งที่ลิขิตเอาไว้ว่า
ชาติใดไร้รักสมัครสมาน
จะทำการสิ่งใดย่อมไร้ผล
ถ้าชาติย่อยยับอับจน
คนจะสุขอยู่ได้อย่างไร
ผลจากการจัดการศึกษาเกษตรของไทยเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้ว ยิ่งมีผลส่งคนให้ขึ้นไปสู่ที่สูงก็ยิ่งทำให้ลืมคุณค่าของชีวิตตนเองที่ควรจะได้รับจากการมีโอกาสสัมผัสกับพื้นดินเพิ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้คนส่วนใหญ่หลงอยู่กับตำแหน่งและอำนาจในระดับสูงแทนที่จะมีความรู้สึกเกี่ยวกับศรัทธาบารมีที่เกิดขึ้นจากความเมตตากรุณาของผู้ที่มีโอกาสขึ้นไปอยู่ในระดับสูงบนพื้นฐานธรรมชาติ ซึ่งสภาพดังกล่าวควรจะเกิดจากการดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายช่วยให้เป็นที่เคารพรักของคนทั่วไปในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในระดับล่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ซึ่งการสร้างศรัทธาบารมีนั้นควรจะเริ่มต้นมาจากพื้นฐานชีวิตตนเองที่ทำงานให้แก่สังคมอย่างมีความสุข
อนึ่ง การเกษตรเป็นสิ่งที่ควรจะมีบทบาทสร้างความมั่นคงให้แก่พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งเหนือกว่าเงินตรา และผลที่ได้รับจากการทำเกษตรควรจะนำไปสู่การรู้คุณค่าของชีวิตตัวเองอย่างสำคัญด้วยแต่มาบัดนี้ แผ่นดินซึ่งเป็นพื้นฐานทำการเกษตรของไทย กลับถูกปกคลุมไปด้วยคอนกรีตที่เกิดจากกิเลสของมนุษย์กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่รู้จักพอที่เกี่ยวข้องกับความสะดวกสบายทางวัตถุของคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ซึ่งสภาพดังกล่าวได้บ่งบอกถึงความจริงให้รู้ว่า เราสูญเสียจิตวิญญาณความรักแผ่นดินถิ่นเกิดให้กับคนต่างชาติไปโดยปริยาย
ที่มา : http://rapee.org