|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2010, 10:11:08 PM » |
|
ข้อสอบ พรบ.ความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (อีกชุด)
1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของหลักการที่นำมาใช้ในพระราชบัญญัติความรับผิดชอบทาง ละเมิดของเจ้าหน้าที่ ก. หลักในเรื่องลูกหนี้ร่วมตามกฎหมายแพ่ง ข. หลักการซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน้าที่ เฉพาะ เมื่อเป็นการจงใจให้เกิดความเสียหายเท่านั้น ค. หลักการซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบทางละเมิดในการปฏิบัติงานใน หน้าที่ เฉพาะเมื่อเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น ง. ความรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบเป็นการเฉพาะตัว
2. เจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หมายถึงข้อใด ก. ข้าราชการ ข. พนักงาน ค. ลูกจ้าง ง. ถูกทุกข้อ
3. หน่วยงานของรัฐ หมายถึงข้อใด ก. รัฐวิสาหกิจ ข. องค์การบริหารส่วนตำบล ค. กระทรวง ง. ทุกข้อเป็นหน่วยงานของรัฐ
4. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำการละเมิด ผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าวต้องฟ้องใคร ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ที่ทำละเมิด ข. ฟ้องหน่วยงานของรัฐที่ผู้ทำละเมิดสังกัด ค. ฟ้องทั้งตัวเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่สังกัด ง. ผู้ถูกกระทำละเมิดมีสิทธิเลือกฟ้องตามความประสงค์
5. กรณีการกระทำละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด จะถือว่าหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดถูกฟ้องร้องคดีดังกล่าว ก. สำนักนายกรัฐมนตรี ข. กระทรวงการคลัง ค. เหตุเกิดที่จังหวัดใดให้ฟ้องที่จังหวัดนั้น ง. กรมการปกครอง
6. นายภคพงษ์ ทำงานในบริษัทเอกชน ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ได้กระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก แนวปฏิบัติข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับผลแห่งละเมิดดังกล่าว ก. ผู้ถูกทำละเมิดไม่สามารถฟ้องรัฐวิสาหกิจนั้นได้เนื่องจากไม่ได้ สังกัดรัฐ วิสาหกิจแห่งนั้น ฟ้องได้เฉพาะตัวนายภคพงษ์ ข. ผู้ถูกทำละเมิดฟ้องรัฐวิสาหกิจนั้นได้เพราะนายภคพงษ์ เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจนั้น ค. ผู้ถูกทำละเมิดต้องฟ้องกระทรวงการคลังเพราะกฎหมายถือว่ากระทรวงการ คลังเป็น หน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิด ง. ผู้ถูกละเมิดต้องฟ้องบริษัทที่นายภคพงษ์ทำงานอยู่
7. ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัว ข. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องเป็นการเฉพาะตัว เห็นว่าตนเองกระทำไปตามหน้าที่ มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาคดีนั้น เรียกหน่วยงานของรัฐเข้ามาเป็นคู่ความในคดี ค. กรณีที่หน่วยงานของรัฐที่ถูกฟ้องเห็นว่า เรื่องที่ถูกฟ้องเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องรับผิด หน่วยงานของรัฐดังกล่าวมีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาคดีนั้น เรียกเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความในคดี ง. ในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเหตุที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้า หน้าที่ที่ถูก ฟ้องมิใช่ผู้ต้องรับผิด ให้คดี ดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุด
8. กรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชอบให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย เพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ไปแล้ว หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คืนได้ในกรณีใด ก. กรณีที่การละเมิดจากการจงใจของเจ้าหน้าที่ ข. กรณีที่การละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ ค. ไม่สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนคืน ง. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข
9. ข้อใดถูกต้อง ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หลายคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในผลแห่งละเมิด ก. ทุกคนต้องรับผิดเท่า ๆ กัน ข. เจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายไปแล้ว ค. เจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องร่วมรับผิดในลักษณะของลูกหนี้ร่วม ง. ถูกทุกข้อ
10. กรณีที่หน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว สิทธิจะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่า สินไหมทดแทนคืน มีอายุความตามข้อใด ก. 6 เดือน นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย ข. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย ค. 6 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ง. 1 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
11. กรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมีกำหนดอายุความกี่ปี ก. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิด ข. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะต้อง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค. 2 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิด ง. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะต้อง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
12. กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิด และหน่วยงานของรัฐผู้นั้นไม่ต้องรับผิดจึงไม่ได้มีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าต้องรับผิด สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวมีกำหนดอายุความกี่ ปี ก. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ข. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะต้อง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค. 2 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ง. 2 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะต้อง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
13. ในกรณีที่ผู้เสียหายได้ยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณาชดใช้ค่า สินไหม ทดแทนสำหรับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นแก่ตน ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้พิจารณาและมีคำสั่งไปแล้ว แต่ผู้เสียหายไม่พอใจผลการวินิจฉัย หน่วยงานของรัฐ ผู้เสียหายมีสิทธิดำเนินการตามข้อใด ก. ฟ้องร้องต่อศาล ข. ร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ค. ไม่มีสิทธิดำเนินการใดเนื่องจากกรณีเป็นอันยุติแล้ว ง. ถูกเฉพาะข้อ ก และข้อ ข
14. กำหนดเวลาร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะ กรรมการกฤษฎีกาในกรณีที่ ผู้เสียหายไม่พอใจผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐ ต้องร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลาตามข้อใด ก. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย ข. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย ค. ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย ง. ภายใน 180 วันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย
15. กำหนดเวลาในการพิจารณาคำขอของหน่วยงานของรัฐ ที่ผู้เสียหายได้ยื่นต่อหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามข้อใด ก. 60 วัน ข. 90 วัน ค. 180 วัน ง. ไม่มีกำหนดเวลา
**********************************************************
เฉลยข้อสอบ พรบ.ความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
1. ก 2. ง 3. ง 4. ข 5. ข 6. ค 7. ง 8. ง 9. ข 10. ข 11. ง 12. ก 13. ง 14. ค 15. ค
|