หน้าแรก
ช่วยเหลือ
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ข่าว
:
Board กศน.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา
|
เกร็ดความรู้
|
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ
|
22 ตำรับอาหารไทยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: 22 ตำรับอาหารไทยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง (อ่าน 2295 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
ออฟไลน์
กระทู้: 2435
22 ตำรับอาหารไทยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
«
เมื่อ:
ธันวาคม 19, 2010, 12:36:20 AM »
คุณมลฤดี สุขประสารทรัพย์ นักวิจัยสาขาพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การควบคุมของ รองศาสตราจารย์ ดร.แก้ว กังสดาลอําไพ หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ ด้วยการสนับสนุนของสภาวิจัยแห่งชาติ ได้ดําเนินการศึกษาวิจัยถึงแบบจําลองที่เลียนแบบการกินอาหารที่มีสารก่อกลาย พันธุ์ เช่น อาหารประเภทปิ้ง ย่าง รม ควัน และอาหารที่ต้มตุ๋นเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยทําปฏิกิริยากับไนไตรท์ในสภาวะคล้ายการย่อยอาหารของคนเรา แล้วกินอาหารไทยร่วมด้วย โดยศึกษาอาหารไทยจำนวน 22 ตำรับ ต่อการยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์ พบว่าสารสกัดอาหารไทยสามารถยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์ได้ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงสามารถยืนยันได้ว่า ?อาหารไทยเป็นอาหารที่ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งได้?
อาหารไทยที่นํามาศึกษา จํานวน 22 ตํารับ คือ แกงเลียง แกงส้มผักรวม แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงเขียวหวานไก่ แกงจืดตําลึง แกงจืดวุ้นเส้น ต้มยํากุ้ง ต้มยําเห็ด ผัดคะน้าน้ำมันหอย ผัดผักรวมน้ำมันหอย ผัดกระเพรากุ้งใส่ถั่วฝักยาว ยําวุ้นเส้น ส้มตําไทย เต้าเจี้ยวหลน น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกลงเรือ ไก่ทอดสมุนไพร ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไข่เจียวใส่หอมหัวใหญ่และมะเขือเทศ ฉู่ฉี่ปลาทับทิม ทอดมันปลากราย และห่อหมกปลาช่อนใบยอ ในการดําเนินการวิจัยได้ใช้ สารสกัดจากอาหารไทยดังกล่าวข้างต้น ซึ่งแต่ละชนิดถูกเติมลงในสารละลายของแต่ละแบบจําลอง แล้วนํามาทดสอบการก่อกลายพันธุ์
โดยการศึกษาการยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์ของสารเคมีที่เป็นตัวแทนสาร พิษที่ได้จากการกินเนื้อสัตว์ ปิ้ง ย่าง รมควัน ระหว่างทําปฏิกิริยากับไนไทรต์พบว่า
อาหารไทยที่ป้องกันมะเร็งได้ดีที่สุด ตามลำดับ ได้แก่
1. คะน้าน้ำมันหอย
2. ไก่ทอดสมุนไพร
3. ทอดมันปลากราย
4. แกงเลียง
5. ไข่เจียวใส่หอมหัวใหญ่พร้อมมะเขือเทศ
6. กะเพรากุ้งใส่ถั่วฝักยาว
7. แกงเผ็ดเป็ดย่าง
8. แกงจืดตำลึง
9. ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
10. ส้มตำไทย
11. ผัดผักรวมน้ำมันหอย
ส่วนอาหารไทยที่ป้องกันมะเร็งได้ดีในระดับกลาง ตามลำดับได้แก่
12. ฉู่ฉี่ปลาทับทิม
13. น้ำพริกลงเรือ
14. ห่อหมกปลาช่อนใบยอ
15. แกงจืดวุ้นเส้น
16. แกงเขียวหวานไก่
17. แกงส้มผักรวม
18. ต้มยำเห็ด
และอาหารไทยที่ป้องกันมะเร็งได้ต่ำ มีอยู่ 4 ชนิดตามลำดับ คือ
19. เต้าเจี้ยวหลน
20. น้ำพริกกุ้งสด
21. ต้มยำกุ้ง
22. ยำวุ้นเส้น
สําหรับการศึกษาการยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์ของสารเคมีที่เป็นตัวแทน สารพิษที่ได้จากการต้มปลาเป็นเวลานานระหว่างทําปฏิกิริยากับไนไตรท์นั้น ผลการยับยั้งแสดงในระดับปานกลาง ซึ่ง สารสกัดจากส้มตําไทยให้ผลดีที่สุด รองลงมาคือ แกงส้มผักรวม ส่วนตํารับอาหารต่าง ๆ ที่ให้ผล รองลงมาได้แก่ ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผัดผักรวมน้ำมันหอย แกงเลียง ยําวุ้นเส้น ผัดคะน้าน้ำมันหอย ไก่ทอดสมุนไพร ฉู่ฉี่ปลาทับทิม ห่อหมกปลาช่อนใบยอ แกงเขียวหวานไก่ ทอดมันปลากราย แกงเผ็ดเป็ดย่าง น้ำพริกลงเรือ ผัดกระเพรากุ้งใส่ถั่วฝักยาว ต้มยําเห็ด แกงจืดวุ้นเส้น ต้มยํากุ้ง น้ำพริกกุ้งสด แกงจืดตําลึง และไข่เจียวใส่หอมหัวใหญ่และมะเขือเทศ ตามลําดับ สําหรับเต้าเจี้ยวหลนไม่แสดงผลการยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์
ส่วนการยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์ของสารเคมี ที่เป็นตัวแทนสารพิษที่ได้จาก เนื้อตุ๋นเป็นเวลานานระหว่างทําปฏิกิริยากับไนไตรท์ พบว่าผลการยับยั้งแสดงในระดับต่ำ โดยสารสกัด จากส้มตําไทยให้ผลดีที่สุด รองลงมาได้แก่ ยําวุ้นเส้น แกงเลียง ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิ มพานต์ แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงเขียวหวานไก่ ทอดมันปลากราย ต้มยํากุ้ง แกงส้มผักรวม ผัดผักรวมน้ำมันหอย แกงจืดวุ้นเส้น แกงจืดตําลึง เต้าเจี้ยวหลน ไก่ทอดสมุนไพร น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกลงเรือ ฉู่ฉี่ปลาทับทิม ไข่เจียวใส่หอมใหญ่และมะเขือเทศ ผัดคะน้าน้ำมันหอย ผัดกระเพรากุ้งใส่ถั่วฝักยาว ต้มยําเห็ด และ ห่อหมกปลาช่อนใบยอ ตามลําดับ
ระดับที่แตกต่างในการลดความเป็นพิษของสารก่อกลายพันธ์ด้วยสารสกัดอาหารไทย แต่ละตำรับนั้น ขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณของพืชผัก สมุนไพร และเครื่องเทศที่ใช้เป็นส่วนประกอบ
จากงานวิจัยข้างต้นชี้ให้เห็นว่าอาหารไทยเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง สามารถช่วยลดความเสี่ยงหรือป้องกันมะเร็งได้ ทั้งนี้ เพื่อให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้น จึงควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
แหล่งอ้างอิงข้อมูล : Food Focus Thailand Magazine
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
บอร์ด กศน.บ้านแพรก
-----------------------------
=> ประมวลภาพกิจกรรม ปีงบประมาณ 2555
=> ประมวลภาพกิจกรรม ปีงบประมาณ 2554
=> ประมวลภาพกิจกรรม ปีงบประมาณ 2553
-----------------------------
"บ้านแพรก" มงกุฎอยุธยา สูงค่าดินแดนแห่งวัฒนธรรม
-----------------------------
=> พิพิธภัณฑ์บ้านแพรก
=> ของดีบ้านแพรก
=> ประวัติวัดในอำเภอบ้านแพรก
=> บุคคลสำคัญและภูมิปัญญาท้องถิ่น
=> บ้านแพรกของเรา
-----------------------------
ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการศึกษา
-----------------------------
=> ความรู้เกี่ยวกับการศึกษา
=> ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงาน และการปฏิบัติงาน
=> ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติงาน
=> งานนิเทศและการประกันคุณภาพการศึกษา
=> บอร์ดพนักงานราชการ ครู กศน.ตำบล
=> ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน
=> มุมดาวน์โหลด
-----------------------------
เกร็ดความรู้
-----------------------------
=> เกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย
=> เกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์โลก
=> เกร็ดความรู้ทั่วไป
=> เกร็ดความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ
=> เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
=> ประวัติบุคคลสำคัญ
=> ประวัติปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กร
=> ประวัติ ความเชื่อ เรื่องเล่า ตำนาน
-----------------------------
รวมบทความ
-----------------------------
=> บทความการศึกษา
=> บทความสังคมและการเมือง
=> บทความดีดี คำคม ข้อคิดในการดำเนินชีวิต
=> บทความเกี่ยวกับความรัก ความผูกพัน
=> บันทึกประสบการณ์และการเดินทางของชีวิต
-----------------------------
งานสร้างสรรค์วรรณศิลป์
-----------------------------
=> บทกลอน บทกวี และวรรณศิลป์
=> กลอน กวี หลากอารมณ์
=> บทเพลง ดนตรี แห่งชีวิต
=> บทเพลง บทกวี เทิดทูนบูชาครู
=> บทเพลง บทกวีแห่งการต่อสู้เพื่อมวลชน
=> เรื่องน่ารู้และความงดงามของวรรณคดีไทย
-----------------------------
บอร์ดทั่วไป
-----------------------------
=> มุมสมาชิกแลกเปลี่ยนเรียนรู้
=> สัพเพเหระ ขำขันคลายเครียด
=> เสนอแนะติชมเว็บไซต์และบอร์ด
กำลังโหลด...