|
เลิศชาย ปานมุข
|
 |
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2010, 12:54:47 PM » |
|
ธิกานต์ ศรีนารา นิสิตระดับปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หมายเหตุ: บทความวิชาการเกี่ยวกับจิตร ภูมิศักดิ์ ชิ้นนี้ ถูกนำเสนอในการสัมมนา 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ จัดโดย ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับมูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์และกองทุนจิตร ภูมิศักดิ์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ศูนย์ กศน.อำเภอบ้านแพรก ขออนุญาตจากผู้เขียนนำมาเผยแพร่ต่อ
บทความชิ้นนี้ต้องการเสนอว่า มีข้อเท็จจริงร่วมสมัยจำนวนมากที่ยืนยันว่า จิตร ภูมิศักดิ์ เป็น ?คอมมิวนิสต์? แบบ พคท.ซึ่งวิเคราะห์สังคมไทยว่าเป็นสังคม ?กึ่งเมืองขึ้น กึ่งศักดินา? และมุ่งทำการปฏิวัติโค่นล้มทั้ง ?ทุนนิยม? และ ?ศักดินา? ในช่วงระหว่างหลัง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จนถึง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เมื่อ พคท. สามารถขยายอิทธิพลทางความคิดเข้าสู่ขบวนการนักศึกษาปัญญาชนได้อย่างกว้าง ขวางนั้น ภาพพจน์ของการเป็น ?ปัญญาชนปฏิวัติ? ของจิตรได้รับการ ?ขานรับ? เป็นอย่างดีจากนักศึกษาปัญญาชน และเมื่อนักศึกษาปัญญาชนฝ่ายซ้ายเข้าไปร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ พคท. ในเขตป่าเขาภายหลังกรณี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ?ความเป็นคอมมิวนิสต์? ของจิตรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ไร้ข้อกังขาใดๆ จุดเปลี่ยนที่สำคัญของประวัติศาสตร์การกีดกัน ?ความเป็นคอมมิวนิสต์? ออกจากจิตรเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ ๒๕๒๐ เมื่อบรรดานักศึกษาปัญญาชนฝ่ายซ้ายเกิดวิกฤตศรัทธาต่อ พคท. แล้วแยกตัวออกจากพรรคไปหลบเร้นเยียวยาตนเองไม่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ได้เปิดที่ทางให้กับการพูดถึงจิตรแก่ปัญญาชนทั้งไทยและเทศที่ไม่ใช่ฝ่าย ซ้าย, มี ?อคติ? ต่อ ?คอมมิวนิสต์? ค่อนข้างรุนแรง แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ชื่นชมในอัจฉริยภาพในด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ และ ?วิชาการ? ของจิตรอยู่มาก ได้พยายาม ?กีดกัน? ความเป็นคอมมิวนิสต์ผู้ซึ่งมุ่งทำการปฏิวัติโค่นล้มทั้ง ?ทุนนิยม? และ ?ศักดินา? ออกไปจากจิตร แล้วเลือกที่จะพูดถึงเฉพาะอัจฉริยภาพในด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ และ ?วิชาการ? จิตรเพียงด้านเดียว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการพูดถึงจิตรในลักษณะที่ ?ขัดแย้ง? หรือ ?ไม่แคร์ไม่สน? ต่อความเป็น ?คอมมิวนิสต์? ของจิตรซึ่งเกิดขึ้นตามวาระโอกาสต่างๆ ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ๑. ก่อน ๑๔ ตุลา: จิตร ภูมิศักดิ์ ผู้เป็นอยู่และตายเยี่ยง ?คอมมิวนิสต์? จิตร ภูมิศักดิ์ เป็น ?คอมมิวนิสต์? อย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนเข้าป่าเขาเขียนหนังสือวิพากษ์ทั้ง ?ศักดินา? และ ?ทุนนิยม?, เขาเข้าร่วมต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธกับ พคท. และถูกยิงตายที่ ?ชายป่า? ในฐานะ ?คอมมิวนิสต์? ความเป็น ?คอมมิวนิสต์? ของ จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นแบบ พคท. ซึ่งยึดถือทฤษฎี ?กึ่งเมืองขึ้นกึ่งศักดินา? ที่มุ่งต่อต้านโค่นล้มทั้ง ?ทุนนิยมและศักดินา? ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากหนังสือที่ตีพิมพ์ในปี ๒๔๙๓ ชื่อ ไทยกึ่งเมืองขึ้น ของ อรัญญ์ พรมชมพู หรือ อุดม สีสุวรรณ กรรมการกลางพรรคปี ๒๔๙๕ และสมาชิกกรมการเมือง ปี ๒๕๑๒ ใน ไทยกึ่งเมืองขึ้น อุดม สีสุวรรณ วิเคราะห์ว่า นับตั้งแต่การทำสนธิสัญญาบาวริ่งกับอังกฤษใน พ.ศ. ๒๓๙๘ เป็นต้นมา สังคมไทยก็กลายเป็นสังคม ?กึ่งเมืองขึ้น กึ่งศักดินา? ที่ด้านหนึ่ง การรุกรานของจักรพรรดิเฉือนเอาแผ่นดินไทยไปเป็นเมืองขึ้นของตน คุกคามทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในฐานะ ?กึ่งเมืองขึ้นของจักรพรรดินิยม? ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การรุกรานของจักรพรรดินิยมได้ทำให้รากฐานทางเศรษฐกิจของระบอบศักดินาไทยต้อง สลายตัวลงสร้างเงื่อนไขและโอกาสให้แก่การผลิตแบบทุนนิยมในสังคมไทย ผลักดันให้สังคมไทยก้าวออกจากระบอบศักดินามาเป็น ?กึ่งศักดินา? เราสามารถมองเห็นความคิดที่วิพากษ์ทั้ง ?จักรวรรดินิยม? และ ?ศักดินา? ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้อย่างชัดเจนในหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทยในปัจจุบัน (๒๕๐๐) ที่เปิดฉากวิพากษ์ทั้ง ?จักรวรรดินิยมและศักดินา? ตั้งแต่ย่อหน้าแรก ดังนี้ ในกระแส คลื่นแห่งความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ, การเมืองและวัฒนธรรมปัจจุบันนี้ สิ่งที่ประชาชนไทยได้ยินและกล่าวขวัญถึงจำเจ เป็นปัญหาประจำวันก็คือ จักรวรรดินิยม (ซึ่งรวมทั้ง นายทุนนายหน้า และ นายทุนขุนนาง ผู้เป็นสมุนของมัน) และ ศักดินา. สถาบันของประชาชนทั่วไปจะเป็นหนังสือพิมพ์ก็ดี. การอภิปรายในที่สาธารณะเช่นท้องสนามหลวงของจังหวัดพระนคร และในบริเวณศาลากลางหรือตลาดของต่างจังหวัดก็ดี, และแม้ในความเคลื่อนไหวอื่นๆ ของประชาชน เป็นต้นว่าการเดินขบวนก็ดี เสียงที่ดังที่สุดก็คือ เสียงคัดค้านและประณามจักรวรรดินิยมและศักดินา แน่นอนความเคลื่อนไหวอย่างกว้างของประชาชนไทยที่คัดค้านและประณามจักรวรรดินิยมและศักดินานี้ ย่อมเป็นนิมิตหมายอันดีที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนไทยในปัจจุบันนี้ ได้ตื่นตัวขึ้นแล้วโดยสมบูรณ์ เขาได้สามารถมองเห็นแล้วอย่างชัดเจนว่า ใครคือศัตรูที่ปล้นสะดมแล่เนื้อเถือหนังพวกเขาและใครคือศัตรูที่สูบรีดซึม ลึกเข้าไปจนถึงแก่นกระดูกดำของเขาทั้งมวล ความจัดเจนในชีวิต...สอนให้ประชาชนไทยมองเห็นได้ว่า ต้นตอที่มาใหญ่ของมันก็คือ จักรวรรดินิยม (รวมทั้งสมุนคือนายทุนนายหน้าและนายทุนขุนนาง) และศักดินา ........... ยิ่งกว่า นั้น ประชาชนไทยยังมองเห็นอีกด้วยว่า การขูดรีดและกดขี่ประชาชนของจักรวรรดินิยมและศักดินานั้น เป็นการขูดรีดร่วมกัน (Collective Exploitation) นั่นคือ ทั้งคู่ต่างมีผลประโยชน์ในการขูดรีดร่วมกัน...ดังนั้นเอง เสียงสะท้อนจึงดังก้องมาจากประชาชนไทยเสมอว่า ศัตรูตัวสำคัญที่เขาจะต้องขจัดอย่างรีบด่วนที่สุดก็คือ จักรวรรดินิยมจากภายนอกและศักดินาจากภายใน แต่ที่จิตรพูดออกมาอย่างชัดเจนที่สุดก็คือในบทความชื่อ ?ความพ่ายแพ้ของภาพยนตร์จักรพรรดินิยม? ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือ ปิตุภูมิ ระหว่างปี ๒๔๙๙ ? ๒๕๐๐ ที่ว่า สภาพชีวิต ในสังคมไทยปัจจุบันเป็นสภาพชีวิตแบบ กึ่งศักดินา กึ่งเมืองขึ้น ซึ่งเป็นแบบเดียวกับสังคมจีนก่อนการปลดแอก คือ ศักดินายังคงมีอิทธิพลมหึมาในการขูดรีดประชาชน พวกขุนศึกกำลังแก่งแย่งอำนาจช่วงชิงผลประโยชน์กัน และขณะเดียวกันก็กดขี่ประชาชนอย่างหนัก จักรพรรดินิยมก็กระหน่ำซ้ำเติมการขูดรีดอยู่อีกแรงหนึ่งอย่างหนักหน่วงด้วย การมีความคิดที่วิพากษ์ทั้ง ?จักรวรรดินิยมและศักดินา? ของจิตร เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในหมู่ปัญญาชนซึ่งมีชีวิตอยู่ร่วมสมัยเดียวกับเขา ในหนังสือ คอมมิวนิสต์ลาดยาว ทองใบ ทองเปาด์ เล่าว่า จิตร ?เป็นคนที่เกลียดชังทุนนิยม ศักดินานิยมและจักรพรรดินิยมอย่างเข้ากระดูกดำ? ชื่อทางการ ของเขา ใครๆ ก็เรียกว่า ?จิตร ภูมิศักดิ์? ถูกแล้ว ผมหมายถึงเขา จิตร ภูมิศักดิ์ หรือ ทีปกร หรือ สมชาย ปรีชาเจริญ หรือ กวีการเมือง หรือ อื่นๆ อีก ซึ่งล้วนเป็นนามที่ ?ศักดินาเกลียด จักรพรรดินิยมแสยง? ทั้งสิ้น ขณะที่ในหนังสือ วาระสุดท้ายแห่งชีวิต จิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ๒๕๓๑ แคน สาริกา ได้นำเสนอข้อมูลที่ ?ลึก? ยิ่งกว่าที่ ทองใบ ทองเปาด์ เล่าไว้ใน คอมมิวนิสต์ลาดยาว เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานของ พคท. กับ จิตร ภูมิศักดิ์ ในช่วงที่อยู่ใน ?คุกลาดยาว? ว่า การจับกุมอย่างเหวี่ยงแหของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ทำให้มีผู้คนจากหลายที่หลายกลุ่มมารวมกันอยู่ใน ?คุกลาดยาว? ข้อความต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นว่า ระหว่างที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในคุกลาดยาวนั้น รอบตัวเขาเต็มไปด้วยสมาชิกระดับสูงของ พคท. กลุ่มแรก เป็นสมาชิกองค์กรจัดตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) อาทิเช่น เปลื้อง วรรณศรี, อุดม สีสุวรรณ, หนก บุญโยดม และคนอื่นๆ กลุ่มที่สอง นักการเมืองแนวสังคมนิยม อย่างเทพ โชตินุชิต, พรชัย แสงชัจจ์, เจริญ สืบแสง ฯลฯ กลุ่มที่สาม เป็นพวกนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์ นักหนังสือพิมพ์ชื่อดังที่ติดร่างแหเข้ามาด้วยเช่น อุทธรณ์ พลกุล, อิศรา อมันตกุล, สนิท เอกชัย, เชลง กัทลีระดะพันธ์ ฯลฯ กลุ่มที่สี่ นักศึกษาปัญญาชน ที่มาจากรั้วจุฬาฯ ก็มี จิตร ภูมิศักดิ์, ประวุฒิ ศรีมันตะ และสุธี คุปตารักษ์ จากรั้วเกษตรฯ ได้แก่ นิพนธ์ ชัยชาญ และบุญลาภ เมธางกูร นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาหนุ่มไฟแรงอีกหลายคน กลุ่มที่ ห้า เป็นชาวนาจากบ้านนอก และชาวเขาจากดงดอยภาคเหนือ พวกนี้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ผิดกับชาวนาอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในสายจัดตั้งของ พคท. กลุ่มนักศึกษารวมตัวกันในนาม ?กลุ่มหนุ่ม? หรือ ?กลุ่มเยาวชน? โดยมีจิตรเป็นแกนหลักคนหนึ่งของกลุ่ม จริงๆ แล้ว คนในกลุ่มหนุ่มมีทั้งที่เป็นสมาชิกพรรคฯ และเพิ่งก้าวเข้ามาสู่องค์กรจัดตั้ง อย่างนักศึกษาจากเกษตรฯ ส่วนหนึ่งกลายเป็นสมาชิกสันนิบาตเยาวชนของพรรคฯ มาก่อนเข้าคุก อดีตกรรมการจังหวัด (พคท.) ตากผู้หนึ่งซึ่งเคยร่วมกับกลุ่มหนุ่มสมัยนั้นเล่าว่า แม้แต่องค์กรจัดตั้งของพรรคฯ ในลาดยาว ยังตื่นตระหนกต่อบทบาท ?ผู้นำ? กลุ่มเยาวชนของจิตร ถึงขนาดกลุ่มคนแก่ของพรรคฯ และกรรมการกลางพรรคฯ บางคนต้องคอยปรามจิตรด้วยการแสดงทัศนะตอบโต้ผ่านมาทางนักศึกษาปัญญาชนของ พรรคฯ คนหนึ่ง กล่าวหาว่า จิตรกับพวกเป็น ?หนุ่มเลือดร้อน? หรือ ?ซ้ายไร้เดียงสา? อดีตกรรมการจังหวัดคนเดิม (ผู้มีฉายาว่า ?คอมมิวนิสต์กำแพง?) ขยายภาพความขัดแย้งให้ชัดขึ้นอีกว่า องค์กรพรรคฯ ในลาดยาวแบ่งเป็นสองปีก ปีกขวาประกอบด้วยกรรมการกลางพรรคฯ กับสมาชิกพรรคฯ ภาคใต้ ปีกซ้ายมีสมาชิกพรรคฯ ภาคอีสานร่วมมือกับกลุ่มหนุ่ม การต่อสู้ของสองปีกดำเนินไปเป็นระยะๆ บางคราวเป็นเอกภาพ และบางคราวก็ขัดแย้ง ธง แจมศรี ? กรรมการกลางพรรคฯ คนหนึ่งซึ่งอยู่ในคุกลาดยาวคอยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทครั้งแล้วครั้ง เล่า ในปีกซ้ายมีสมาชิกพรรคฯ อาวุโสจากศรีสะเกษเป็นหัวหอก ปีกนี้โจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นพวกฝันกลางวัน หรือนักประนีประนอม พูดตามภาษาซ้ายทางการก็คือ ?พวกฉวยโอกาสเอียงขวา? หรือ ?ลัทธิยอมจำนน? สมาชิกบางคนในปีกนี้ถึงขั้นตั้งข้อสงสัยกรรมการกลางพรรคฯ คนหนึ่งว่าเป็น ?สายสันติบาล? ด้านปีกขวา ก็งัดตำราออกมาตอบโต้ปีกซ้ายอย่างหนักหน่วงเช่นกัน ข้อหาที่ตั้งให้อีกฝ่ายก็ฉกาจฉกรรจ์ไม่แพ้กับที่ปีกซ้ายตั้งให้ฝ่ายตน ฝ่ายนี้ถือว่าปีกซ้ายเป็น ?พวกฉวยโอกาสเอียงซ้าย? หรือ ?พวกลัทธิสุ่มเสี่ยง? แต่ที่ทั้งสองปีกร่วมมือกันเป็นเอกภาพก็คือ การวิพากษ์ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ด้วยเห็นว่า ?อาจารย์เสริฐ? เดินแนวทางสันติ หรือลัทธิแก้ ขณะเดียวกันก็ดึง สังข์ พัธโนทัย เข้ามาเป็นแนวร่วม ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับการ ?เป็นอยู่? และ ?ตาย? อย่าง ?คอมมิวนิสต์? ของ จิตร ภูมิศักดิ์ นั้น สามารถหาอ่านได้ในหนังสือ วาระสุดท้ายแห่งชีวิตจิตร ภูมิศักดิ์ ของ แคน สาริกา ซึ่งกล่าวไว้อย่างละเอียด จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นคอมมิวนิสต์ เขาวิเคราะห์ว่าสังคมไทยเป็น ?กึ่งเมืองขึ้น กึ่งศักดินา? เขาต่อต้านทั้ง ?จักรวรรดินิยมและศักดินา? เช่นเดียวกับ พคท. และเขาก็ตายในฐานะคอมมิวนิสต์
๒. จิตร ภูมิศักดิ์ หลัง ๑๔ ตุลา: ?ศิลปินนักรบของประชาชน?, ?นักรบของคนรุ่นใหม่?, ?นักปฏิวัติผู้ไม่ตาย?, ?อัจฉริยะของประชาชน? และอื่นๆ หลังกรณี ๑๔ ตุลา กระแสความคิดสังคมนิยมของ พคท. ได้เติบโตขึ้นและแผ่ขยายเข้ามามีอิทธิพลในหมู่นักศึกษาและปัญญาชนอย่างกว้าง ขวาง จนในท้ายที่สุดก็ก้าวขึ้นมามีชัยชนะเหนือกระแสความคิดอื่นๆ ในช่วงระหว่างปี ๒๕๑๖ ? ๒๕๑๙ ความเป็น ?คอมมิวนิสต์? ของ จิตร ภูมิศักดิ์ หาได้เป็น ?ผลลัพธ์? ที่เกิดจากการเติบโตเฟื่องฟูของกระแสสังคมนิยมแบบ พคท. ไม่ หากแต่เป็น ?ปัจจัย? สำคัญที่ทำให้กระแส พคท. เติบโตขึ้นด้วยซ้ำ ในการประชุมทางวิชาการ ๗๒ ปี จิตร ภูมิศักดิ์ ที่จัดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๕ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เสนอว่า จิตรเป็นคน แรกที่นำเอาไอเดียเรื่องการรับใช้ประชาชนที่ว่าศิลปะทุกอย่างจะต้องแยกกัน อย่างชัดเจน แม้กระทั่งรูปแบบก็ไม่เป็นรูปแบบที่ไม่เป็นแบบศักดินา เอาเข้าจริงๆ เหตุผลที่นักศึกษาหลัง ๑๔ ตุลา ชอบจิตรมากๆ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในความเห็นผม ถ้าถามว่าใครควรรับผิดชอบมากที่สุดต่อความเป็นซ้ายจัดแบบวรรณกรรมของนัก ศึกษาในช่วง ๑๔ ? ๖ คือจิตรนี่แหละ ข้อเสนอนี้ไม่ผิดไปจากสิ่ง ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลานั้น เพราะในเวลานั้น ผลงานของจิตรถูกนำกลับมาพิมพ์ซ้ำหลายครั้งโดยกลุ่มนักศึกษาและปัญญาชนฝ่าย ซ้ายหลากหลายกลุ่ม เช่น ?ชมรมหนังสือแสงตะวัน? ตีพิมพ์ บทวิเคราะห์วรรณกรรมยุคศักดินา (ในปี ๒๕๑๗), กวีการเมือง (๒๕๑๗), โฉมหน้าศักดินาไทย (ในปี ๒๕๑๗),ทีปกร ศิลปินนักรบของประชาชน (๒๕๑๗) ด้วยเลือดและชีวิต เรื่องสั้นที่สรรแล้วของสงครามต่อต้านเวียดนาม (ในปี ๒๕๑๙), ความเรียงว่าด้วยศาสนา (ในปี ๒๕๑๙), ?แนวร่วมนักศึกษาเชียงใหม่? ตีพิมพ์ รวมบทกวีและงานวิจารณ์ศิลปวรรณคดีของกวีการเมือง (ในปี ๒๕๑๗), ?กลุ่มวรรณกรรมธรรมศาสตร์? ตีพิมพ์ รวมบทกวีที่สรรแล้วโดย ?กวีประชาชน? (ในปี ๒๕๑๗), กมล กมลตระกูล ตีพิมพ์ ศิลปเพื่อชีวิต ศิลปเพื่อประชาชน (ในปี ๒๕๑๗), ?ฝ่ายศิลป-วัฒนธรรม ส.จ.ม. (สโมสรนิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)? ตีพิมพ์ บทวิพากษ์ว่าด้วยศิลปวัฒนธรรมของ ?จิตร ภูมิศักดิ์? (ในปี ๒๕๑๗) ?สภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง? ตีพิมพ์ นิราศหนองคายวรรณคดีที่ถูกสั่งเผา (ในปี ๒๕๑๘) ในปี ๒๕๑๗ หนังสือบางเล่ม เช่น โฉมหน้าศักดินาไทย ถูกจัด พิมพ์ร่วมกันโดยกลุ่มอิสระหลายกลุ่ม ได้แก่ สภาหน้าโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สภากาแฟ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, แนวร่วมนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และชมรมคนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น เห็นได้ชัดว่า ชื่อเสียงของจิตรในช่วงหลัง ๑๔ ตุลานั้น เป็นที่รับรู้กันโดยทั่ว ในบทนำของหนังสือ บทวิพากษ์ว่าด้วยศิลปวัฒนธรรมของ ?จิตร ภูมิศักดิ์? ซึ่งตีพิมพ์ในปี ๒๕๑๗ สถาพร ศรีสัจจัง นักศึกษาฝ่ายซ้ายในสมัยนั้นบรรยายว่า
ในช่วงแห่ง การต่อสู้ที่ทวีความเข้มข้นขึ้น งานของจิตร ภูมิศักดิ์ ก็ถูกพิมพ์เผยแพร่ใหม่ และขจายออกไปอย่างกว้างขวาง มีการพูดถึงท่านกันอย่างมากมาย เด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ได้นำเรื่องราวของท่านมาแต่งเป็นเพลงขับร้องเชิงเป็น ตำนานนักสู้ประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่บรรดานักวิชาการเสรีนิยมทั้งหลายก็ต้องหันมาสนใจถึงกับมีการจัดสัมมนา กันขึ้นถึงเรื่องราวของท่าน ในเดือนกันยายนปี ๒๕๑๗ มีการจัดสัมมนาเรื่อง ?แนวความคิดของจิตร ภูมิศักดิ์? โดย สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ในเดือนมิถุนายน ๒๕๑๗ ชลธิรา กลัดอยู่ ในฐานะบรรณาธิการ อักษรศาสตร์พิจารณ์ ได้อุทิศเนื้อที่ของวารสารเกือบทั้งหมดให้กับเรื่องราวของ ?ศิลปินของประชาชน?? สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ฉบับเดือนกันยายน ๒๕๑๗ นำเอาบทกวี ?เปิบข้าว? ของจิตรมาไว้ที่ปกหน้าและเอาภาพถ่ายของจิตรมาแสดงในหน้าถัดไปและตีพิมพ์บท ความ ?โฉมหน้าศักดินาไทยในสายตาของ จิตร ภูมิศักดิ์? ของ ธรรมเกียรติ กันอริ ในเดือนตุลาคม ๒๕๑๗ มีการตีพิมพ์หนังสือ จิตร ภูมิศักดิ์ นักรบของคนรุ่นใหม่ โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี ในเดือนธันวาคม ๒๕๑๗ มีการแสดงละครเรื่อง ?จิตร ภูมิศักดิ์? ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนำ ?บทละคร? ดังกล่าวมาตีพิมพ์ใน อักษรศาสตร์พิจารณ์ ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๑๘ เป็นต้น นี่ยังไม่นับรวมไปถึงบทแนะนำหนังสือเล่มต่างๆ ของจิตรที่ปรากฏอยู่ใน สังคมศาสตร์ปริทัศน์, อักษรศาสตร์พิจารณ์ และ ประชาชาติ อีกหลายชิ้น ใน The Communist Movement in Thailand ซึ่ง เป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขา สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เสนอว่า พคท. มีบทบาทสำคัญในการทำให้ จิตร ภูมิศักดิ์ มีชื่อเสียงขึ้นอีกครั้งในช่วงหลังกรณี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ทั้งนี้เพราะ มาโนช เมธางกูร หรือ ?ลุงประโยชน์? สมาชิกระดับสูงของพรรคในเมืองคือผู้ที่เชื่อมโยงจิตรกับพรรคและเป็นผู้ที่ ?รับผิดชอบ? จิตร ภูมิศักดิ์ ที่แท้จริง ?ลุงประโยชน์? เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำจิตรเข้าสู่ความสนใจของขบวนการนักศึกษา ๑๔ ตุลา โดยเริ่มจากการทำให้ เช กูวารา กลายเป็น ?นายแพทย์นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่? และจากนั้นก็ทำให้ จิตร ภูมิศักดิ์ กลายเป็น ?ศิลปินนักรบของประชาชน? แม้แต่ เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ หรือ ?ยุค ศรีอาริยะ? ก็ยังยอมรับว่า ในช่วงระหว่างปี ๒๕๑๖ ? ๒๕๑๙ เป็นช่วงที่ พคท. เริ่มแผ่ขยายอิทธิพลทางอุดมการณ์เข้าสู่ขบวนการนักศึกษาผ่านเข้ามาในหลายรูป แบบทั้งที่เป็นเอกสาร, ความคิด, จิตร ภูมิศักดิ์ และ เช กูวารา ขณะที่ ?ชมรมหนังสือแสงตะวัน? ก็คือสำนักพิมพ์ของพรรคในเมือง โดย นิสิต จิรโสภณ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการสำนักพิมพ์ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ ?ลุงประโยชน์? ในช่วงปี ๒๕๑๗ ? ๒๕๑๘ ?ชมรมหนังสือแสงตะวัน? ได้จัดพิมพ์ผลงานสำคัญของจิตร ๓ ชิ้น คือ โฉมหน้าศักดินาไทย, กวีการเมือง และ ทีปกร: ศิลปินนักรบของประชาชน และไม่นานก่อนที่เขาจะเสียชีวิต นิสิต จิรโสภณ ได้โฆษณาอย่างเปิดเผยไว้ว่า มีโครงการจะตีพิมพ์ สรรนิพนธ์เหมาเจ๋อตุง จำนวน ๘ เล่ม
|