หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: จากราชดำเนิน ถึง ราษฎร์ประสงค์  (อ่าน 661 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2435



« เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 06:01:32 PM »

         การที่ผมได้นำบทกวีนี้มาลงไว้ เพื่อเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ของเหล่าศิลปิน จะได้เป็นส่วนหนี่งในทัศนะวิพากษ์ แล้วแต่มุุมมองของแต่ละบุคคลซึ่งต้องเคารพความคิดและทัศนะคติของทุกฝ่าย ในแต่ละบุคคลย่อมมีความรู้สึกและจิตสำนึกอันสั่งสมมาต่างกัน จิตสำนึกนี้จะพิเคราะห์ได้ว่าบทกวีแต่ละบท ซึ่งเป็นบทกวีการเมือง และเป็นดาบสองคมนั้น  มีความถูกต้องหรือผิดแผกประการใด  ซึ่งในฐานะผู้ที่เป็นศิลปิน  และผู้ที่ปลดปล่อยความคิดเป็นอิสระในฐานะศิลปินแล้ว  ความงามในบทกวีต่างหากที่ทำให้รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกทุกอนูที่ขับขานผ่านบทกวี  และก้าวข้ามเหตุผลทั้งปวง

          เลิศชาย  ปานมุข


*******************************

บทกวีชนะเลิศ รางวัล Free Write Award ครั้งที่ 1 ปี 2553 :  จากราชดำเนิน ถึง ราษฎร์ประสงค์
โดย  สมเจตน์ ไชยเกิด

ราขดำเนิน เดินผ่าน มิพานพบ
มิบรรจบ ความหวังคาด ราษฎร์ประสงค์
เพราะคนกลาง ขวางกั้น อ้างมั่นคง
แล้วไสส่ง ราษฎร์ไพร่ ไม่ใยดี
 
ถนนที่ ทุกชนผอง ต้องคลานกราบ
แล้วซึมซาบ ซึ้งจินต์ ทุกถิ่นที่
อบอวลคลุ้ง ด้วยบุญญา บารมี
สดุดี แซ่ซ้อง ก้องแผ่นดิน
 
อีกถนน ที่ทนทุกข์ ทุกย่างก้าว
ล้วนเรื่องราว ฉาวโฉด อย่างโหดหิน
ถูกป้ายสี ยัดข้อหา เป็นอาจินต์
จวนจะสิ้น กำหนด ความอดทน
 
ราษฎร์ฎีกา หลายหีบห่อ เพื่อขอพึ่ง
มิอาจถึง ราชได้ ให้ฉงน
ถูกยักย้าย ถ่ายเท ด้วยเล่ห์กล
ใครเป็นคน อยู่เบื้องหลัง คอยสั่งการ
 
ความประสงค์ ของราษฎร์ ของชาติไพร่
ไม่ถูกใจ รัฐบาล และทหาร
ความใสซื่อ ถูกโถมถา พ่ายสามานย์
จมดักดาน เอน็จอนาจ โถ...ชาติไทย

ถนนทั้ง สองสาย ขยายห่าง
มิมีทาง จะบรรจบ พบกันได้
และถนนที่ โหยหา ประชาธิปไตย
ทันเห็นไหม จะเฝ้าดู อยากรู้นัก


*********************************




บันทึกการเข้า
parnapsorn
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 10:44:18 PM »

อิสระทางความคิด คือ สัญญลักษณ์แห่งอิสระชน

หากไร้อิสระแม้แต่ด้านความคิด ณ.ที่ใด คุณค่าแห่งมนุษยชนก็จักหายไป

ในทางกวีด้านการเมืองหากสิ้นไร้สิทธิ์ในการร่ายทัศนะคติ เราจะไม่สามรถมองเห็นมุมมองที่ต่างลืม อาจลืม หรือแสร้งทำลืมก็เป็นได้

ขอบคุณคุณเลิศชาย ที่นำบทกลอน แง่คิดดีๆ มาสู่สายตาค่ะ....ปานอัปสร
บันทึกการเข้า
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2435



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 08:47:57 PM »


ผมเห็นด้วยกับคุณปานครับ ผมคิดว่าผู้ที่เป็นศิลปิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเป็นอิสระ อิสระทั้งความคิดและจิตวิญญาณ อิสระในความเป็นตัวของตัวเอง อิสระจากสิ่งครอบงำทั้งปวง กล้าคิดกล้าแสดงออกในสิ่งที่ได้เห็นและได้รับรู้ เปิดใจให้กว้าง เพื่อรังสรรงานดีดีให้เกิดขึ้นสู่สังคม และให้สังคมได้ชื่นชมความงามของศิลปะผ่านบทกวี และบทเพลง รวมถึงงานศิลปะด้านอื่นๆ เพราะศิลปะคือชีวิต นอกจากนี้ผู้ที่เสพงานศิลปะ  ต้องเปิดใจในการรับรู้ถึงแนวคิดและสิ่งที่ถ่ายทอดจากศิลปิน ว่าศิลปินต้องการสื่ออะไร ด้วยหัวใจที่ว่างป่าว เพื่อรับรสของศิลปะชิ้นนั้นเข้าไปในจิตใจ โดยไร้ซึ่งอคติ ไร้ซึ่งการเอนเอียง และผู้เสพงานศิลปะจะได้รับความสุขจากงานศิลปะนั้นอย่างแท้จริง  Cheesy
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: