การที่ผมได้นำบทกวีนี้มาลงไว้ เพื่อเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ของเหล่าศิลปิน จะได้เป็นส่วนหนี่งในทัศนะวิพากษ์ แล้วแต่มุุมมองของแต่ละบุคคลซึ่งต้องเคารพความคิดและทัศนะคติของทุกฝ่าย ในแต่ละบุคคลย่อมมีความรู้สึกและจิตสำนึกอันสั่งสมมาต่างกัน จิตสำนึกนี้จะพิเคราะห์ได้ว่าบทกวีแต่ละบท ซึ่งเป็นบทกวีการเมือง และเป็นดาบสองคมนั้น มีความถูกต้องหรือผิดแผกประการใด ซึ่งในฐานะผู้ที่เป็นศิลปิน และผู้ที่ปลดปล่อยความคิดเป็นอิสระในฐานะศิลปินแล้ว ความงามในบทกวีต่างหากที่ทำให้รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกทุกอนูที่ขับขานผ่านบทกวี และก้าวข้ามเหตุผลทั้งปวง
เลิศชาย ปานมุข*******************************
บทกวีชนะเลิศ รางวัล Free Write Award ครั้งที่ 1 ปี 2553 : จากราชดำเนิน ถึง ราษฎร์ประสงค์
โดย สมเจตน์ ไชยเกิด
ราขดำเนิน เดินผ่าน มิพานพบ
มิบรรจบ ความหวังคาด ราษฎร์ประสงค์
เพราะคนกลาง ขวางกั้น อ้างมั่นคง
แล้วไสส่ง ราษฎร์ไพร่ ไม่ใยดี
ถนนที่ ทุกชนผอง ต้องคลานกราบ
แล้วซึมซาบ ซึ้งจินต์ ทุกถิ่นที่
อบอวลคลุ้ง ด้วยบุญญา บารมี
สดุดี แซ่ซ้อง ก้องแผ่นดิน
อีกถนน ที่ทนทุกข์ ทุกย่างก้าว
ล้วนเรื่องราว ฉาวโฉด อย่างโหดหิน
ถูกป้ายสี ยัดข้อหา เป็นอาจินต์
จวนจะสิ้น กำหนด ความอดทน
ราษฎร์ฎีกา หลายหีบห่อ เพื่อขอพึ่ง
มิอาจถึง ราชได้ ให้ฉงน
ถูกยักย้าย ถ่ายเท ด้วยเล่ห์กล
ใครเป็นคน อยู่เบื้องหลัง คอยสั่งการ
ความประสงค์ ของราษฎร์ ของชาติไพร่
ไม่ถูกใจ รัฐบาล และทหาร
ความใสซื่อ ถูกโถมถา พ่ายสามานย์
จมดักดาน เอน็จอนาจ โถ...ชาติไทย
ถนนทั้ง สองสาย ขยายห่าง
มิมีทาง จะบรรจบ พบกันได้
และถนนที่ โหยหา ประชาธิปไตย
ทันเห็นไหม จะเฝ้าดู อยากรู้นัก
*********************************