หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รวมบทกลอนที่มีความหมายลึกซึ้งของ อ.ฤทธิ์ ศรีดวง  (อ่าน 1386 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
parnapsorn
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 08:08:36 PM »

"ชายชราผู้ปราชัย"

โดย อ.ฤทธิ์  ศรีดวง


ดาวตกจากฟากฟ้านอกหน้าต่าง
ม่านผืนบางลมลูบก็วูบไหว
ตื่นจากเตียงเดียวดายยังหายใจ
ไม่มีใครเคียงข้างเหมือนอย่างเคย

สุดปลายตาป่าไหวจึงใจหวั่น
ดวงตะวันดวงน้อยค่อยค่อยเผย
ต้นไม้ใหม่ให้ดอก..การงอกเงย
การระเหยแห้งของละอองน้ำ

เห็นมาชั่วชีวันอันน้อยนิด
เห็นชีวิตขึ้นสุดและจุดต่ำ
เห็นผมขาวขึ้นปรกแทนดกดำ
เห็นรอยร่ำลมพัดไม้ผลัดใบ

เห็นฤดูเหมันต์ที่ผันผวน
เห็นการหวนกลับมาของใบไม้
เห็นคนที่รักมากตายจากไป
กับความในอยากเล่าให้เจ้ารู้

ว่ามิได้หมายแขชะแง้หาว
หรือหมายดาวที่จุดไกลสุดกู่
รอสองตาเธอเลี้ยวมาเหลียวดู
สำหรับผู้กลับมาอย่างปราชัย

ผู้ไม่เคยเอ่ยหลอกหรือบอกว่า
โค้งขอบฟ้าจบลงที่ตรงไหน
ท้องทะเลราตรีสีอะไร
หรือดอกไม้กี่กลีบที่ลีบโรย

เป็นแค่คนป่วยไข้ที่ใกล้ฝั่ง
ที่ใกล้ฝังร่างแห้งเมื่อแรงโหย
ที่เพียงสัมผัสคมแห่งลมโชย
แทบปลิวโปรยแหลกสลายกลางสายลม

ชายชราอาภัพได้กลับบ้าน
จะสงสารหรือว่าจะสาสม
จบการเผชิญโชคบนโลกกลม
มานอนซมซบพื้นเมื่อคืนเรือน

จับมือเขาสักหนเถิดคนยาก
เขาไม่อยากจากไปอย่างไร้เพื่อน
นับแต่ต่อวันนี้ไม่กี่เดือน
ก็คงเหมือนเป็นเงาที่เบาบาง

ดวงตะวันคลายแสงอ่อนแรงถอย
เขายังคอยใครมาที่หน้าต่าง
หรือภาพชายมั่นคงผู้หลงทาง
จะจืดจางลืมไปจากใจแล้ว?

[/size]
บันทึกการเข้า
parnapsorn
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 08:19:27 PM »

"แหวนดอกไม้"

โดย อ.ฤทธิ์ ศรีดวง


 
" จงเข้มแข็ง เพื่อฉัน อย่าหันหลัง

   หากเธอยัง เชื่อมั่น เหมือนฉันเชื่อ

  หวั่นศรัทธา ถอยห่าง จนจางเจือ

  อย่าน้อยเนื้อต่ำใจ ยามไกลจร

ถ้าใจน้อย บ่อยครั้ง จะยังราก

จนลึกมาก เกินหยั่ง หรือ รั้งถอน

ถ้าคิดถึง ทุกคราว ก่อนเข้านอน

ก็ ยากคลอนใจคลาย ให้หน่ายกัน

แหวนดอกไม้ วงน้อย ดู ด้อยค่า

สวมเถิดหนา ถ้าวันหนึ่ง คิดถึงฉัน

 อาจเก็บไว้ ใส่ตลับ คอยนับวัน

 อย่าปล่อยมัน ทิ้งขว้าง ลงกลางทราย

แหวนที่มือ หยาบกร้าน ฉันสานกลีบ

 ทุกก้านกลีบ มาลี มีความหมาย

มีสุขทุกข์ เจ็บปวด เป็นลวดลาย

ขมวดปลาย เป็น ขด แทน อดทน "
บันทึกการเข้า
parnapsorn
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 08:24:44 PM »

"ทาน"

โดย อ.ฤทธิ์  ศรีดวง


หลวงพ่อฟังปุจฉาบรรดาหลาน
?สังฆทานอานิสงส์มีตรงไหน
ลูกถวายข้าวปลาและผ้าไตร
เพื่อสงฆ์ใช้ทั้งมวลใช่ส่วนตน?

หลวงพ่อจึงวิสัชนาปัญหาหลาน
?การทำทานอรหันต์สักพันหน
ไม่เท่าหนึ่งถวายทานพระทศพล
เกิดกุศลเกินคำจะรำพึง

ถวายทานตถาคตสักร้อยครั้ง
ไม่เทียบสังฆทานผลเพียงหนหนึ่ง
อย่างน้อยสี่สงฆ์นั่งในครั้งนึง
พระท่านถึงเรียกทำสังฆทาน?

?ทำที่วัดหรือบ้านสถานไหน
จึงเกิดบุญยิ่งใหญ่แผ่ไพศาล?
ท่านตอบคำ..?ทำที่วัดง่ายจัดการ
ทำที่บ้านบางทีมีกังวล

เมื่อใจขุ่นบุญใหญ่ก็ได้น้อย
จิตมันคอยหวั่นการงานตกหล่น
เราซื้อของทำทาน..หลานทุกคน
อย่าต่อจนคนค้าด่าในใจ

เรา..คนขาย..สิ่งของต้องสะอาด
จะสมคาดบุญเกินประเมินไหว
แต่ถ้าพระขาดธรรมวินัย
บุญจะได้เล็กน้อยไม่ค่อยดี

หากว่าสงฆ์ทรงญาณรับทานลูก
เจ้าบุญปลูกมิเคยยินพระชินสีห์
ว่าสังฆทานหนึ่งหนกุศลมี
เกินกว่าที่พุทธญาณจะหยั่งรู้

ตายแล้วเกิดทุกชาติมิขาดทรัพย์
กี่ล้านกัปยังร่ำรวยอย่างสวยหรู
ตราบนิพพานเป็นท่านสัพพัญญู
บุญยังอยู่คู่ตลอดไม่มอดไป?

?หลวงพ่อขา..แล้วอะไรที่ให้ผล
เกินกุศลสังฆทานที่ขานไข?
หลวงพ่อตอบให้ฟังอย่างตั้งใจ
?วิหารทานทำได้ย่อมไม่จน

เพียงหนึ่งครั้งที่ทำจำไว้หลาน
บุญเกินทำสังฆทานถึงร้อยหน
สร้างวัดวาที่ไหนใกล้ไกลตน
ให้ทุกคนเอื้อเฟื้อช่วยเจือจาน

ทรัพย์ต้องเต็มใจให้ใช่มูลค่า
ร่วมศรัทธาสร้างศาสนสถาน
ทำกฐินผ้าป่ามหาทาน
อธิษฐานตั้งใจก่อนใส่ซอง?

?เราให้คนทำทานแทนได้ไหม?
?ทำแทนได้..บุญลูกครบถูกต้อง
แค่คิดทำบุญก็ได้ดังใจปอง
หรือเรามองเห็นใครใส่บาตรพระ

จงโมทนาสาธุหรือยกมือไหว้
เราแบ่งบุญมาได้จำไว้นะ
ทำไว้เถิดลูกเอ๋ยอย่าเลยละ
นานเข้าจะสะสมบรมบุญ?

?มีกุศลใดหนอหลวงพ่อท่าน
มากกว่าวิหารทานหลานไม่คุ้น?
หลวงพ่อตอบวาจาอย่างการุณ
?มหาคุณเลิศล้ำคือ..ธรรมทาน..?

 
บันทึกการเข้า
Arunsuk
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 12:21:24 PM »

"งานของคุณฤทธิ์ ทุกชิ้นเป็นงานประณีต เปี่ยมด้วยคุณค่าทางภาษา
ได้เอามาลงไว้ที่นี่ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ
เยาวชน ... "

บันทึกการเข้า
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2435



« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 04:44:04 PM »


ต้องขอบคุณ คุณปาน ที่นำบทกวีที่ไพเราะของท่านอาจารย์ฤทธิ์ ศรีดวง มาให้ได้ชื่นชมกันครับ  และขอบคุณ คุณอรุณสุข ที่เข้ามาเยี่ยมชมบอร์ดครับ  Smiley
บันทึกการเข้า
parnapsorn
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 07:14:50 PM »

ท่านเป็นนักเขียนที่มีผลงานน่าประทับใจ ปานจึงอยากนำมาฝากทุกท่านค่ะ ดีใจที่หลายๆคนชอบ ครั้งต่อๆไปปานจะนำผลงานชิ้นอื่น ของท่าน มาให้อ่านอีกค่ะ........... Cheesy
บันทึกการเข้า
parnapsorn
นักโพสต์ระดับกลาง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2010, 10:30:37 AM »

"กลับบ้าน"
อ.ฤทธิ์ ศรีดวง
๑.มากับรถขนแกลบที่แหนบผุ
เดาอายุอย่างน้อยก็ร้อยกว่า
ก็ขับบ้างเข็นบ้างระหว่างมา
แต่บนบ่าบรรทุกความสุขใจ

เป็นความสุขที่เหมือนจะเลือนหล่น
นานเสียจนไม่รู้ว่าอยู่ไหน
อาจสูญลับกับฝันในวันวัย
หรือมอดไหม้ได้กลิ่นจนชินชา.......



๒.รถหวานเย็นคันน้อยค่อยค่อยจอด
ข้าวทอดยอดรับตะวันกลางพรรษา
ผู้จากบ้านนานนับเพิ่งกลับมา
กลิ่นดอกหญ้ารกรื้นช่างชื่นใจ

กระเป๋าผ้าผูกสายสะพายหลัง
แบกความหวังสีทองเต็มสองไหล่
มีเสื้อผ้า ตราบาปและคราบไคล
ที่เผาไหม้ไม่หมดให้จดจำ

เพิ่งรู้ว่าพื้นดินมีกลิ่นหอม
และโอบอ้อมรอคอยผู้ต้อยต่ำ
มีต้นกล้าความรักให้ปักดำ
มีขนำพังพับให้นับดาว

ได้กราบเท้าพ่อแม่บนแคร่เถียง
เห็นตะเกียงดวงน้อยมีรอยร้าว
เห็นความตื้นตันคลอสองตาพราว
แทนคำกล่าวทั้งหมดที่แม่มี

ถ้าแม่ไม่สอนไว้ในวันนั้น
คงกัดฟันไม่ถึงในวันนี้
น้องคงไม่ได้ต่อถึง ป.ตรี
คงจะปล่อยแต่ละปีให่ผ่านไป

พ่อดูผอมหน้าเสี้ยมผิวเกรียมกร้าน
คงกรำงานเข้มคล้ำเพราะกำไถ
รอยสักยันต์ในวันฉกรรจ์วัย
ยังเคลื่อนไหวโลดเต้นบนเอ็นเนื้อ....



๓.แดดผีตากผ้าอ้อมเข้าย้อมโลก
ต้นอโศกต้องแดดสีแสดเรื่อ
น้ำในคลองสีทรายน่าพายเรือ
ปลาฮุบเหยื่อไหวไหวอยู่ในน้ำ

จนแดดลำสุดท้ายจากปลายฟ้า
สกุณาคืนคบเมื่อพลบค่ำ
แม่หุงข้าวแกงส้มกับต้มยำ
ลูกยังจำทุกหยดของรสแกง

คืนนี้ดาวกะพริบฟ้าลิบโล่ง
จันทร์รูปโค้งเคียวเล่าก็เว้าแหว่ง
รูหลังคาสังกะสีสนิมแดง
เห็นดาวแสงระยับอยู่นับล้าน....



๔.รุ่งฟ้าใสไก่ขันตะวันเหลือง
กองกระเบื้องหลังคาอยู่หน้าบ้าน
ร่วมลงแขกน้ำใจพอไหว้วาน
ที่มิพานพบได้จากในเมือง

จนเหงื่อเหม็นกลิ่นเปรี้ยวหน้าเหนียวหนับ
ตะวันลับหลังคามุงกระเบื้อง
มีความสุขในวันที่ฟันเฟือง
หมุนต่อเนื่องเต็มข้อได้ต่อไป

เห็นพ่อแม่ยิ้มได้คงคลายทุกข์
ลูกกลับสุขกว่าท่านกว่าวันไหน
แต่ไม่เคยเผยออกไปบอกใคร
แค่เก็บไว้เวลาล้ากำลัง....



๕.บนขนำค่ำนี้ไม่มีเมฆ
ใครหนอเสกแสงงาม..ดาวความหวัง
จนดาวอื่นทั้งหมดถูกบดบัง
ด้วยแสงปลั่งกว่าจันทร์รูปคันเคียว

อีกไม่ช้าฟ้าค่ำจะย่ำรุ่ง
จะกลับกรุงเผชิญโชคบนโลกเบี้ยว
ชีวิตบนเส้นด้ายสุดดายเดียว
มีความเหงาเปล่าเปลี่ยวคอยเหนี่ยวไก

จะฝันถึงความรักบนตักแม่
เมื่อท้อแท้ได้กลับมาหลับไหล
ตักนุ่มนุ่มแม่กอดลูกปลอดภัย
มือที่ไล้ลูบผมช่างร่มเย็น...........


*************************


เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าประทับใจค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: