หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปแนวทางการดำเนินงานในการประชุมสมัชชา กศน.ตำบล วันที่ 12 ตุลาคม 2553  (อ่าน 8951 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2435



« เมื่อ: ตุลาคม 14, 2010, 09:44:25 PM »

           สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดสัมมนา ?กศน.ตำบล: ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตลอดชีวิต? โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการ"สัมมนาสมัชชา กศน.ตำบล : ศูนย์การเรียนชุมชนตลอดชีวิต" และ มอบนโยบายการปฏิรูปการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชน เพื่อให้บุคลากร กศน.มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาด้านการศึกษาของรัฐบาล และการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (2552-2561) อันจะนำไปสู่การปฏิบัติที่เหมาะสมในทุกพื้นที่เพื่อเติมเต็มระบบการศึกษาให้ รองรับการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการ กศน. ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารและครู กศน. จากทั่วประเทศ ภาคีเครือข่าย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน จำนวนประมาณ 9,000 คน ในวันที่ 12 ตุลาคม 2553  น. ณ  ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

           นายก รัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาว่าจะต้องดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งในเรื่องของโอกาสและคุณภาพทางการศึกษา โดยเฉพาะการกำหนด  เป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ที่ได้ยึดประชาชนในฐานะผู้ที่เรียนรู้ เป็นศูนย์กลาง ในการสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต ทั้งนี้รัฐบาลได้ดำเนินการผลักดันนโยบายสำคัญทางด้านการศึกษาหลายด้านอย่าง เป็นรูปธรรม เช่น การศึกษาฟรี 15 ปี การผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการจัดระบบในเรื่องของการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากร ทั้งในเรื่องของความมั่นคงและค่าตอบแทนที่กำลังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

            นายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้หรือ กศน.ตำบล ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่จะทำให้กลุ่มคนต่าง ๆ เหล่านี้มีแหล่งเรียนและศูนย์การเรียนรู้ที่ใกล้ตัวสามารถที่จะสร้างโอกาสใน การอลดช่องว่างและเติมเต็มให้สามารถใช้ศักยภาพของแต่ละบุคคลได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูป ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและรัฐบาลก็กำลังที่จะมีการปรับนโยบายเพิ่ม มาตรการที่จะสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มคนที่ยังขาดโอกาสทางการ ศึกษา เช่น กลุ่มลูกหลานของครอบครัวที่มีการโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมือง กลุ่มเด็กพิการซึ่งไม่สามารถที่จะหาสถานศึกษาที่เหมาะสมเรียนรู้ได้ กลุ่มเด็กนักเรียนที่ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา ตลอดจนกลุ่มคนซึ่งขาดโอกาสการศึกษาในระบบในอดีต เป็นต้น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ปฏิบัติงานและประชาชนจะได้มีการสานต่อการเริ่ม ต้นในเชิงนโยบายของรัฐบาล เพื่อดำเนินการไปสู่เป้าหมายที่ปรารถนาจะเห็นทุกคน ครู กศน.และเครือข่ายเป็นกลไกที่มีความสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายในเรื่องนี้บรรลุผลสำเร็จ


นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการพัฒนา กศน.ตำบลว่า

1. ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ทุกคนในชุมชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการศึกษาตลอดชีวิต

2. สร้างระบบเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้และสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมี ครู กศน.เป็นกลไกเชื่อมโยงเครือข่ายครอบคลุมทุกชุมชนทั่วประเทศ

3. ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ทั้งนี้ทุกปีงบประมาณจะต้องมีข้อเสนอจากชุมชนทำเป็นโครงการที่มุ่งแก้ปัญหา และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชน โดย ครู กศน. ต้องเป็นผู้ประสานและอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการอย่างซื่อสัตย์สุจริต

4. สร้างชุมชนให้มีศักยภาพในการจัดการความรู้ เกิดชุมชนนักปฏิบัติใน ด้านต่างๆ อย่างจริงจังและจริงใจ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สร้างสรรค์กิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยครู กศน.ทุกคนต้องมีแผนการจัดการความรู้ของชุมชนในด้านต่างๆ ที่สามารถวัดและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และ

5. ครู กศน. ทุกคนต้องศึกษาให้รู้จักชุมชนอย่างถ่องแท้ จัดสภาพแวดล้อมในชุมชนให้เสมือนเป็นห้องของสมาชิกทุกคน รู้จักใช้สถานการณ์ต่างๆมาเป็นเนื้อหาในการเรียนรู้ที่ก่อประโยชน์ต่อชุมชนและเสริมประสบการณ์เรียนรู้ตลอดชีวิต

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มอบ 4 ภารกิจ พัฒนาคุณภาพการศึกษา กศน.ตำบล

             นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าว ว่า ศธ.มีนโยบายพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ กศน.ตำบล ตามแนวทางขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 มุ่งเน้นที่การพัฒนาบุคลากร โดยที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (31 ส.ค.53 ) เห็นชอบปรับสถานภาพครู กศน. ที่ปฏิบัติงานที่ศูนย์การเรียนชุมหรือ กศน.ตำบล (ครู ศรช.) จำนวน 8,672 คน เป็นพนักงานราชการ เพื่อให้มีขวัญกำลังใจและมีความมั่นคง ซึ่งการยกระดับครูเป็นพนักงานราชการจะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมอบหมายภารกิจให้ กศน.ตำบลดำเนินงานดังนี้

ประการแรก ขอให้ครู กศน. ดูแลการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยประชาชนกว่า 30 ล้านคนที่ออกนอกระบบ

ประการที่สอง  คือการเพิ่มพูนความรู้ให้ประชาชนในชนบททันต่อการเปลี่ยนแปลงของ เศรษฐกิจและสังคม โดยใช้ฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน

ประการที่สาม  ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้อย่างทั่วถึงคือการทำให้ เทคโนโลยีและสารสนเทศลงไปถึงฐานรากให้ได้ ตรงนี้ ศธ. กำลังเร่งจัดตั้งคอมพิวเตอร์ให้ได้อย่างน้อย กศน.ตำบลละ1 เครื่อง

ประการสุดท้าย  คือ  การสร้างประชาธิปไตยและส่งเสริมความเป็นพลเมืองให้เกิดขึ้น ตั้งแต่ระดับชุมชน?

นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากภารกิจหลัก 4 ประการข้างต้นแล้ว ในอนาคตยังต้องการให้เพิ่มแหล่งเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา โดยขณะนี้ ศธ.ได้เตรียมขอมติ ครม.ให้อนุมัติจัดตั้งศูนย์ดาราศาสตร์เพิ่มอีก 4 ศูนย์ เพื่อให้ชุมชนได้มีแหล่งเรียนรู้ใหม่โดยใช้ กศน.ตำบลเป็นเครือข่ายเชื่อมโยง

นายอภิชาติ จิระวุฒิ เลขาธิการ กศน. กล่าวว่า ครู กศน. มีภาระงานที่กว้างมาก อีกทั้งการศึกษาในระบบยังเบียดบังเรื่องงบประมาณการใช้จ่าย  และได้มอบนโยบายการดำเนินงานของ กศน.ตำบลไว้ดังนี้

         1. ครู ศรช. ต้องไปอยู่ที่ กศน.ตำบล ห้ามมิให้ ผอ.กศน.อำเภอสั่งให้อยู่ประจำสำนักงาน ถือเป็นนโยบายให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
         2. หัวหน้า กศน.ตำบลต้องมีสมรรถนะด้านการใช้คอมพิวเตอร์
         3. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ให้ทำให้เกิดผลโดยสำรวจความต้องการของประชาชนและจัดการเรียนการสอนให้ตรงกับ ความต้องการ ห้ามมิให้ใช้การจัดทัวร์ไปดูงานโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร
         4. ให้มีการจัดรถโมบายให้เคลื่อนที่ไปตามตำบลต่าง ๆ ไปจัดกิจกรรมเหมือนจังหวัด/อำเภอเคลือนที่
         5. กศน.ตำบลต้องไปเข้าถึงประชาชนและหาความต้องการที่แท้จริงเพื่อจัดกิจกรรมสนองความต้องการ
         6. การดูแลนักศึกษาของครู ศรช. ให้ยึดเกณฑ์ครูต่อผู้เรียน ๑ ต่อ ๖๐ เพื่อให้ได้ครูไว้ประจำ กศน.ตำบลให้ทั่วถึง
         7. จัดหนังสือพิมพ์ให้มีใน กศน.ตำบลทุกแห่ง วันละ ๑ ฉบับ
         8. ให้ กศน.ตำบลใช้ช่องทางหอกระจายข่าวหมู่บ้านประชาสัมพันธ์กืจกรรม กศน.
         9. การจัดงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ลงไปที่ กศน.ตำบล
        10. ให้มีการจัดทำทำเนียบวิทยากรวิชาชีพและพัฒนาวิทยากรวิชาชีพให้มีในจังหวัด
        11. จะมีการคัดเลือกข้าราชการ กศน.จากพนักงานราชาการในช่วงต่อไป ขอให้ตั้งใจทำงานและพัฒนาตนเองอยุ่เสมอ

             ทั้งนี้ มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัด กศน.ตำบล แหล่งเรียนรู้ชุมชน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และกรมส่งเสริมการปกครอง  โดยมีผู้ร่วมลงนามเป็นพยาน อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัด ศธ., รศ.ดร.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.), ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.),นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กศน., นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย, นายสุรชัย ขันอาสา รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย, นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที), นายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน กศน.ตำบลให้เป็นศูนย์การเรียนชุมชนตลอดชีวิต



             โดย นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า กศน.ตำบลเป็นโครงการที่สอดคล้องกับโครงการศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนอยู่ แล้วจึงสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกันได้ โดยกระทรวงไอซีทีจะสนับสนุนสื่อและองค์ความรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านไอซีที รวมทั้งพัฒนาครู กศน.ตามมาตรฐานหลักสูตรคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐาน ส่วน ศธ.สนับสนุนอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์พื้นฐานและบุคลากรในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและพัฒนาอาชีพของประชาชนในชุมชนต่อไป

สังคมหวัง กศน.ตำบล ไม่ตกเป็นเครื่องมือราชการ

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาเรื่อง ?ความคาดหวังของสังคมที่มีต่อครู กศน.? โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ดังนี้

             รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กที่ถูกผลักจากการศึกษาในระบบออกมานอกระบบมีมากถึง 3 ล้านคน จุดนี้ย่อมส่งผลถึงภาระงานของ กศน.ตำบลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่เพียงแต่ต้องแบกรับด้านปริมาณ แต่ยังต้องเยียวยาที่เกิดจากความแตกต่างหลากหลายที่มาด้วย

             ?แต่ข้อ ได้เปรียบอย่างหนึ่งคือ กศน.ตำบล คือความใกล้ชิดชุมชน หากสามารถซื้อความรู้สึกและความต้องการของของเด็กเหล่านั้นได้ ครูก็คือผู้กุมหัวใจชุมชนได้ไม่ยาก"

             รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กล่าวต่อไปว่า นอกจากภารกิจการเยียวยา ครู กศน.ควรทำงานด้านการพัฒนาในลักษณะฝังตัวให้แนบเนียนไปกับชุมชน แล้วหาอัตลักษณ์ตัวเองให้ได้ว่าจะให้ กศน.ตำบลของตนมีจุดเด่นเรื่องใด โดยใช้ฐานวิถีชีวิตที่มีเป็นกลไกขับเคลื่อน

            นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
กล่าวว่า ภารกิจของครู กศน.ตำบลนอกเหนือจากให้ความรู้แล้ว ยังต้องทำหน้าที่ในการฟื้นคนคืนสู่ชุมชน จึงจำเป็นต้องเข้าใจบริบทของชุมชน นำปัญหามาถก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และอยู่รอดได้ในสังคม กศน.จึงเป็นเหมือนเอ็นจีโอ ที่ต้องคิดแบบนอกระบบ ทำงานแบบราชการไม่ได้

            ?คน ที่อยู่ในระบบเหมือนสามเหลี่ยมที่อยู่ในสี่เหลี่ยมอีกที คนที่หลุดออกจากสามเหลี่ยมเหล่านั้นคือลูกค้าของ กศน.ทั้งหมด ดังนั้นการทำงานของครู กศน.จึงต้องไม่อยู่เฉยๆ หรือเดินแบบทางเดียว ต้องรู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหนอย่างไรบ้าง เพราะเราไม่ใช่แค่คนเก็บตกทางความรู้ แต่มีบทบาทในฐานะสะพานที่เชื่อมต่อความรู้กับชุมชน?

            นายนภดล  แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาท้องถิ่นขาดโอกาสในการเรียนรู้ เนื่องจากระบบราชการไม่สนองต่อความต้องการของชุมชน หาก กศน.ตำบลเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้ชาวบ้าน ส่วนที่ต้องการเติมเต็มก็คือจะทำอย่างไรให้ทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่จำกัดเพศ วัย ซึ่งหน้าที่ตรงนี้ครู กศน. อาจต้องนำไปคิดเป็นโจทย์เพิ่มเติมว่าจะจัดกระบวนการอย่างไร

            ซึ่งทุกท่านได้ให้ข้อคิดและข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของ กศน.ตำบลในปีงบประมาณ 2554

*****************

         เลิศชาย  ปานมุข
บันทึกการเข้า
ตั้งโอ๋
นักโพสต์ในดวงใจ
******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 170



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 07:38:07 PM »

คุณครูเลิศชาย ปานมุข ค่ะ รวดเร็วดีจังนะค่ะ สรุปมาให้อ่านก่อน ท่านเลขาฯ ซะอีก ถึงว่าวันที่ 12 ถึงตั้งใจฟังไม่ลุกไปไหนเลย..
บันทึกการเข้า
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2435



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2010, 08:23:57 AM »

Cheesy  ขอบคุณ ครูโอ๋ สำหรับคำชมนะครับ  Cheesy
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: